ในช่วงการรับมือพายุโซนร้อนปาบึกปี 2562 ที่พัดเข้าจังหวัดนครศรีธรรมราชและพัทลุง พฤติกรรมที่บันทึกซ้ำในรายงานของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยคือครอบครัวจำนวนมากยืนอยู่หน้าบ้าน มองท้องฟ้าที่มืดครึ้ม แล้วพูดว่า “ยังไม่แน่ใจ รอดูก่อนดีกว่า” แม้ว่าประกาศเตือนภัยจะดังขึ้นมาแล้วหลายชั่วโมง ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ระบบเตือนภัยช้าเกินไป แต่อยู่ที่ คนไม่ยอมขยับ แม้จะได้ยินสัญญาณแล้ว ความลังเลนั้นเองที่คร่าชีวิตผู้คนในทุกฤดูพายุ ไม่ใช่ตัวพายุเพียงอย่างเดียว
- ตัดสินใจ “เส้นที่จะอพยพ” ก่อนพายุมา ไม่ใช่ระหว่างที่ฝนกำลังตก
- ระดับพายุบอกความแรงของลม ไม่ใช่ความปลอดภัยของคุณ
- เสริมหลังคาและบ้านก่อนพายุเข้า: ทำอะไรได้จริงใน 48 ชั่วโมง
- ชุดเตรียมพร้อม 72 ชั่วโมง: ของที่ต้องมีจริงๆ ไม่ใช่ของที่คิดว่าจะมี
- เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือพิเศษ: วางแผนให้ครบทุกคน
- สิ่งที่ไม่ควรทำระหว่างและหลังพายุ: ความผิดพลาดที่เกิดซ้ำทุกครั้ง
- คำถามที่พบบ่อย
ตัดสินใจ “เส้นที่จะอพยพ” ก่อนพายุมา ไม่ใช่ระหว่างที่ฝนกำลังตก
รูปแบบที่บันทึกไว้หลังพายุปาบึก 2562 คือครอบครัวที่ออกมาได้ทันมักไม่ได้ฉลาดกว่าหรือมีข้อมูลมากกว่าคนอื่น แต่พวกเขา ตัดสินใจล่วงหน้าว่าจะออกเมื่อไหร่ พวกเขาพูดไว้ก่อนแล้วว่า “ถ้าระดับพายุขึ้นถึง 3 หรือน้ำเริ่มเข้าในซอย เราออก” แค่นั้นเอง การรอความแน่นอนคือกับดัก เพราะความแน่นอนไม่มีวันมาถึงทันเวลา
ให้นั่งคุยกับคนในบ้านวันนี้เลย แล้วตอบคำถามนี้ให้ชัด: “เงื่อนไขอะไรที่ทำให้เราออกจากบ้านแน่นอน?” อาจเป็นระดับน้ำถึงระดับหนึ่ง อาจเป็นประกาศเตือนภัยระดับ 3 จาก กรมอุตุนิยมวิทยา หรืออาจเป็นเมื่อไฟฟ้าดับ ไม่ว่าจะเป็นเงื่อนไขอะไร ให้ทุกคนในบ้านรู้ว่าเส้นนั้นอยู่ที่ไหน เพราะตอนพายุจริงๆ ไม่มีเวลามาประชุมกัน
สำหรับการวางแผนอย่างละเอียดสำหรับทั้งครอบครัว ลองอ่านเพิ่มเติมที่ วางแผนรับมือภัยพิบัติครอบครัว: ทำได้จริงช่วงบ่ายนี้
ระดับพายุบอกความแรงของลม ไม่ใช่ความปลอดภัยของคุณ
กรมอุตุนิยมวิทยาแบ่งประเภทพายุหมุนเขตร้อนตามความเร็วลม ตั้งแต่พายุดีเปรสชัน พายุโซนร้อน ไปจนถึงไต้ฝุ่น ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดคือคิดว่า ระดับพายุที่ต่ำหมายความว่าปลอดภัย แต่ในความเป็นจริง พายุดีเปรสชันหรือพายุโซนร้อนที่เคลื่อนตัวช้าสามารถทิ้งปริมาณฝนสะสมมหาศาลจนเกิดน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่มได้เช่นกัน ระดับพายุบอกความแรงของลม ไม่ได้บอกปริมาณน้ำฝน
อีกตัวแปรที่ต้องติดตามพร้อมกันคือ คลื่นพายุ (Storm Surge) ซึ่งเป็นการที่น้ำทะเลถูกดันเข้าฝั่งด้วยแรงลมและความกดอากาศต่ำ เมื่อไต้ฝุ่นเกย์พัดเข้าอ่าวไทยในปี 2532 คลื่นพายุที่ชายฝั่งชุมพรทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายร้อยคน และเรือประมงจมหายไปทั้งลำโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้าเพียงพอ คลื่นพายุสามารถท่วมสูงหลายเมตรภายในเวลาไม่กี่นาที ถ้าบ้านคุณอยู่ใกล้ทะเลและมีประกาศเตือนคลื่นพายุ นั่นคือสัญญาณที่ต้องออกทันที ไม่ใช่รอดูสถานการณ์
ติดตามข้อมูลระดับพายุและเส้นทางได้ที่ กรมอุตุนิยมวิทยา (tmd.go.th) และทำความเข้าใจว่าระบบเตือนภัยทำงานอย่างไรที่ ระบบเตือนภัยล่วงหน้าทำงานอย่างไร และคุณควรตอบสนองอย่างไรให้รอด
เสริมหลังคาและบ้านก่อนพายุเข้า: ทำอะไรได้จริงใน 48 ชั่วโมง
ไม่มีใครซ่อมบ้านทันขณะพายุพัดถล่ม แต่มีหลายสิ่งที่ทำได้ใน 48 ชั่วโมงก่อนพายุเข้าที่ลดความเสียหายได้อย่างมีนัยสำคัญ เริ่มจากหลังคา: เสริมหลังคา หมายถึงการตรวจสอบว่ากระเบื้องหรือแผ่นโลหะถูกยึดแน่นหรือไม่ ถ้ามีกระเบื้องที่หลวมหรือขาดตะปูยึด ให้จัดการก่อน แม้แค่วางน้ำหนักทับชั่วคราวก็ยังดีกว่าปล่อยให้ปลิว ถ้ามีเวลาและงบพอ การใช้เชือกรัดแผ่นหลังคาไว้กับโครงสร้างเป็นทางเลือกที่ใช้ได้จริง
นอกจากหลังคาแล้ว ให้ทำสิ่งเหล่านี้ก่อนพายุเข้าในลำดับนี้:
- เก็บสิ่งของนอกบ้าน — กระถางต้นไม้ เก้าอี้ ป้าย หรืออะไรก็ตามที่ลมพัดปลิวได้ คือขีปนาวุธในอนาคต
- ปิดประตูหน้าต่างทุกบาน ด้วยเทปกาวกว้างหรือไม้อัดถ้ามี อย่าใช้เทปแบบบางเพราะไม่ช่วยอะไรเมื่อลมแรง
- ตรวจท่อระบายน้ำรอบบ้าน — เศษใบไม้ที่อุดตันท่อระบายน้ำทำให้น้ำท่วมรอบบ้านเร็วกว่าพายุ
- ย้ายสิ่งของที่เสียหายจากน้ำขึ้นที่สูงไว้ล่วงหน้า เอกสารสำคัญ อุปกรณ์ไฟฟ้า ยา ควรอยู่เหนือระดับที่น้ำน่าจะท่วมถึง
- ถ่ายรูปทรัพย์สินทุกชิ้นที่สำคัญไว้ก่อนพายุ เพื่อใช้ประกอบการเรียกร้องประกันภัยภายหลัง
ถ้าบ้านอยู่ในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมและฤดูฝนมาทุกปี การลงทุนในถุงทรายสำเร็จรูปที่ดูดซับน้ำได้และวางกั้นประตูบ้านเป็นอุปกรณ์ที่คุ้มค่ามากในระยะยาว และหาซื้อได้ง่ายก่อนฤดูพายุจะมาถึง
ชุดเตรียมพร้อม 72 ชั่วโมง: ของที่ต้องมีจริงๆ ไม่ใช่ของที่คิดว่าจะมี
จากรายงานการดำเนินงานของศูนย์อพยพในจังหวัดชายฝั่งภาคใต้หลังพายุปาบึก 2562 สิ่งที่ครอบครัวขาดมากที่สุดในคืนที่สองและสามไม่ใช่ข้าวหรือน้ำ แต่คือ ยา เอกสาร และโทรศัพท์ที่ชาร์จแบตเตอรี่หมด คนส่วนใหญ่คิดถึงอาหาร แต่ลืมนึกถึงของที่ระบบราชการและโรงพยาบาลต้องการเมื่อคุณไปหาพวกเขาหลังภัยผ่านไป
รายการขั้นต่ำที่ควรมีในถุงฉุกเฉิน:
- น้ำดื่ม อย่างน้อย 3 ลิตรต่อคนต่อวัน สำหรับ 3 วัน ตามมาตรฐานที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแนะนำ
- อาหารที่ไม่ต้องปรุง — ข้าวกล่อง ปลากระป๋อง ถั่ว โปรตีนบาร์ สำหรับ 3 วัน
- ยาประจำตัวทุกชนิด อย่างน้อย 7 วัน พร้อมใบสั่งยา
- เอกสารสำคัญ — บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน โฉนด ประกันภัย ใส่ซองกันน้ำ
- แบตเตอรี่สำรอง (Power Bank) ที่ชาร์จเต็มและทดสอบว่าใช้งานได้
- วิทยุใช้ถ่าน สำหรับรับข่าวสารเมื่อโทรศัพท์ไม่มีสัญญาณหรือไฟดับ
- ไฟฉาย พร้อมถ่านสำรอง อย่างน้อย 1 ชุด
- ชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้น — ผ้าพันแผล ยาล้างแผล ยาแก้ปวด
- เงินสด เพราะตู้ ATM และระบบชำระเงินอาจล่มในภัยพิบัติขนาดใหญ่
- รายชื่อและเบอร์โทรศัพท์สมาชิกครอบครัวเขียนไว้บนกระดาษ ไม่ใช่แค่บันทึกในโทรศัพท์
สำหรับข้อมูลการเตรียมชุดฉุกเฉินและแผนครอบครัวโดยละเอียด สามารถอ่านเพิ่มที่ เตรียมรับมือพายุโซนร้อนและไต้ฝุ่น: คู่มือเอาตัวรอดสำหรับครอบครัว ซึ่งครอบคลุมสถานการณ์พายุในบริบทของประเทศไทยโดยเฉพาะ
เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือพิเศษ: วางแผนให้ครบทุกคน
ความผิดพลาดที่พบบ่อยในการวางแผนครอบครัวคือการวางแผนโดยคิดถึงแค่สมาชิกที่ช่วยเหลือตัวเองได้เต็มที่ก่อน แล้วค่อยคิดถึงคนอื่นทีหลัง ในความเป็นจริง คนที่ต้องการเวลาเตรียมตัวนานที่สุดคือคนที่คุณควรวางแผนให้ก่อนเป็นอันดับแรก บริบทของไทยมีความซับซ้อนเพิ่มเติมที่ต้องคำนึงถึง ได้แก่ การอพยพออกจากเกาะในจังหวัดสุราษฎร์ธานีหรือกระบี่ซึ่งต้องพึ่งเรือโดยสารที่อาจหยุดให้บริการก่อนพายุเข้า และแรงงานข้ามชาติในจังหวัดชายฝั่งภาคใต้และภาคตะวันออกที่อาจไม่สามารถอ่านประกาศเตือนภัยภาษาไทยได้ ทั้งสองกลุ่มนี้ต้องการการประสานงานล่วงหน้าในระดับชุมชน ไม่ใช่การตัดสินใจกลางพายุ
สำหรับเด็ก ให้ฝึกซ้อมแผนอพยพเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว เด็กที่รู้ว่าต้องทำอะไรและไปที่ไหนจะตื่นตระหนกน้อยกว่า และช่วยลดภาระของผู้ปกครองในสถานการณ์จริง ให้เด็กโตพอพกถุงเล็กของตัวเองได้ — ของเล่นชิ้นโปรด หนังสือ สิ่งของที่ทำให้รู้สึกมั่นคง มีความสำคัญในการรักษาสภาพจิตใจในศูนย์อพยพ
สำหรับผู้สูงอายุและผู้พิการ ให้คิดล่วงหน้าว่าใครจะเป็นคนช่วยพาออกจากบ้าน ถ้าพายุมาในตอนกลางคืน ถ้าต้องการรถเข็นหรืออุปกรณ์พิเศษ ของสิ่งเหล่านั้นอยู่ที่ไหน และพกพาได้เร็วแค่ไหน ควรประสานกับเพื่อนบ้านหรือชุมชนว่ามีใครที่บ้านคุณที่ต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม อย่าปล่อยให้เป็นเรื่องที่ต้องคุยกันกลางพายุ
สำหรับสัตว์เลี้ยง — ศูนย์อพยพส่วนใหญ่ไม่รับสัตว์เลี้ยง ให้หาสถานที่รับฝากสัตว์เลี้ยงในพื้นที่ไว้ล่วงหน้า และเตรียมสายจูง กรง อาหาร และยาของสัตว์เลี้ยงไว้ในถุงแยกต่างหาก
สิ่งที่ไม่ควรทำระหว่างและหลังพายุ: ความผิดพลาดที่เกิดซ้ำทุกครั้ง
พฤติกรรมที่เป็นอันตรายที่สุดหลังพายุผ่านไปไม่ใช่ความประมาท แต่คือ ความโล่งใจที่มาเร็วเกินไป ตาพายุ (eye of the storm) ทำให้ลมสงบลงชั่วคราว และในช่วงนั้นคนมักออกมานอกบ้าน แต่อีกครึ่งหนึ่งของพายุกำลังมาถึง
สิ่งที่ไม่ควรทำในระหว่างและหลังพายุ:
- อย่าออกนอกบ้านระหว่างตาพายุ แม้ฟ้าจะใสขึ้นชั่วคราว
- อย่าขับรถผ่านพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังโดยไม่รู้ความลึก น้ำที่ดูตื้นอาจมีกระแสแรงพอที่จะพัดรถออกจากถนน
- อย่าใช้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าในพื้นที่ปิดหรือในบ้าน เนื่องจากก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ที่สะสมในพื้นที่อับเป็นอันตรายถึงชีวิต
คำถามที่พบบ่อย
ควรอพยพออกจากบ้านเมื่อไหร่เมื่อมีพายุหมุนเข้า
ควรกำหนดเส้นตัดสินใจไว้ล่วงหน้าก่อนพายุมาถึง เช่น หากพายุทวีกำลังแรงถึงระดับ 3 หรือน้ำเริ่มท่วมเข้าในซอย ให้ออกทันทีโดยไม่ต้องรอประเมินซ้ำ การตัดสินใจล่วงหน้าช่วยลดความลังเลในช่วงวิกฤต ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้หลายคนอพยพไม่ทันในแต่ละฤดูพายุ
ระบบเตือนภัยพายุหมุนในประเทศไทยใช้สัญญาณหรือระดับความรุนแรงอะไรบ้าง
กรมอุตุนิยมวิทยาไทยแบ่งระดับพายุหมุนเขตร้อนออกเป็นหลายประเภท ได้แก่ พายุดีเปรสชัน พายุโซนร้อน และไต้ฝุ่น โดยแต่ละระดับมีความเร็วลมและรัศมีผลกระทบที่แตกต่างกัน เมื่อได้รับประกาศเตือนภัยควรติดตามข้อมูลจากช่องทางทางการ เช่น กรมอุตุนิยมวิทยาหรือกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอย่างต่อเนื่อง
ต้องเตรียมของติดตัวอะไรบ้างก่อนอพยพหนีพายุ
ควรเตรียมกระเป๋าฉุกเฉินให้พร้อมล่วงหน้า ประกอบด้วยน้ำดื่มสำหรับอย่างน้อย 3 วัน อาหารแห้ง ยาประจำตัว เอกสารสำคัญในซองกันน้ำ และไฟฉาย การเตรียมของไว้ล่วงหน้าทำให้สามารถออกจากบ้านได้ภายใน 10–15 นาทีเมื่อถึงเวลา

ความคิดเห็น