ประเทศไทยไม่มีภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นอยู่ในแผ่นดิน แต่คำถามที่ว่า “แล้วเราต้องเตรียมอะไรเกี่ยวกับภูเขาไฟ” ไม่ได้ไร้เหตุผลเลย เพราะเราอยู่ในภูมิภาคที่ล้อมรอบด้วยภูเขาไฟที่ยังปะทุอยู่จริง ทั้งอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ และคนไทยจำนวนมากเดินทาง ทำงาน หรือเรียนอยู่ในพื้นที่เหล่านั้น เมื่อเกิดการปะทุครั้งใหญ่ ผลกระทบที่มาถึงเราไม่ได้มาในรูปของลาวา แต่มาในรูปของเที่ยวบินที่ถูกยกเลิก ญาติที่ติดอยู่ต่างประเทศ และในบางกรณีคือคุณภาพอากาศที่เปลี่ยนไป
บทความนี้แยกเรื่องออกเป็นสองส่วนให้ชัด คือ (1) สิ่งที่คนไทยในประเทศควรรู้และเตรียมได้จริง และ (2) สิ่งที่ต้องรู้ถ้าคุณหรือคนในครอบครัวอยู่ใกล้ภูเขาไฟที่ยังปะทุ เพราะการเอาคู่มือของประเทศที่มีภูเขาไฟมาใช้ทั้งดุ้นกับบ้านเราจะทำให้เตรียมผิดจุด และเสียแรงไปกับสิ่งที่ไม่เกิด
- 1. ความเสี่ยงจริงของประเทศไทยคืออะไร (และไม่ใช่อะไร)
- 2. เถ้าภูเขาไฟทำอะไรกับร่างกายและบ้านเรา
- 3. ถ้าคุณหรือคนในครอบครัวอยู่ใกล้ภูเขาไฟที่ยังปะทุ
- 4. เมื่อเที่ยวบินถูกยกเลิกเพราะเถ้าภูเขาไฟ
- 5. สิ่งที่เตรียมไว้ที่บ้านแล้วได้ใช้จริงกับทุกภัย
- 6. ถ้ามีเถ้าตกจริง ทำอะไรตามลำดับ
- จุดตัดสินใจที่ต้องคิดไว้ล่วงหน้า
- สิ่งที่ทำได้วันนี้ ภายใน 20 นาที
- สรุป
- แหล่งข้อมูลอ้างอิง (หน่วยงานราชการ)
- อ่านต่อ
1. ความเสี่ยงจริงของประเทศไทยคืออะไร (และไม่ใช่อะไร)
เริ่มจากข้อเท็จจริงก่อน กรมทรัพยากรธรณีระบุว่าประเทศไทยมีร่องรอยภูเขาไฟเก่าอยู่หลายแห่ง เช่น ในพื้นที่บุรีรัมย์ ลำปาง และแพร่ แต่ทั้งหมดเป็นภูเขาไฟที่ดับแล้ว ไม่ใช่ภูเขาไฟที่ยังมีพลัง ดังนั้นสถานการณ์แบบ “ลาวาไหลเข้าหมู่บ้าน” หรือ “ลาฮาร์ถล่มลงมาตามลำน้ำ” ไม่ใช่ความเสี่ยงที่คนไทยในประเทศต้องวางแผนรับมือ
สิ่งที่เป็นความเสี่ยงจริงมี 3 อย่าง และทั้งสามอย่างเป็นเรื่องของ “ผลกระทบทางอ้อม”
- การเดินทางหยุดชะงัก — เถ้าภูเขาไฟทำให้เครื่องยนต์อากาศยานเสียหายได้ สายการบินจึงยกเลิกเที่ยวบินทันทีเมื่อกลุ่มเถ้าลอยเข้าเส้นทางบิน การปะทุที่อินโดนีเซียเคยทำให้เที่ยวบินในภูมิภาคหยุดเป็นวัน ๆ
- คนในครอบครัวอยู่ในพื้นที่เสี่ยง — แรงงานไทย นักศึกษา และนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยอยู่ในอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ต้องอพยพจริงเมื่อมีการปะทุ
- ห่วงโซ่อุปทานและราคาสินค้า — เมื่อท่าเรือหรือสนามบินในภูมิภาคหยุด สินค้านำเข้าบางรายการจะขาดหรือแพงขึ้นชั่วคราว
เมื่อรู้ว่าความเสี่ยงคืออะไร การเตรียมตัวก็เปลี่ยนหน้าตาไปเลย เราไม่ได้เตรียม “หนีลาวา” แต่เตรียม “รับมือกับการติดค้างและการติดต่อไม่ได้”
2. เถ้าภูเขาไฟทำอะไรกับร่างกายและบ้านเรา
เถ้าภูเขาไฟไม่ใช่ขี้เถ้าจากการเผาไม้ มันคือหินและแก้วภูเขาไฟที่แตกละเอียด มีขอบคม ไม่ละลายน้ำ และไม่หายไปเองเมื่อโดนฝนแบบฝุ่นทั่วไป นี่คือเหตุผลที่การรับมือเถ้าต่างจากการรับมือฝุ่น PM2.5 ที่คนไทยคุ้นเคยกันดี
ผลกระทบที่พบบ่อยเมื่อเถ้าตกในพื้นที่
- ทางเดินหายใจ — ระคายเคือง ไอ และอาการหอบกำเริบในผู้ที่มีโรคประจำตัว
- ดวงตา — เศษคมทำให้กระจกตาถลอกได้ คนใส่คอนแท็กต์เลนส์เสี่ยงกว่าคนใส่แว่น
- หลังคาบ้าน — เถ้าหนักกว่าที่คิดมาก และเมื่อเปียกฝนจะหนักขึ้นอีกเท่าตัว หลังคาที่รับน้ำหนักไม่ไหวจะพัง
- น้ำและเครื่องกรอง — เถ้าอุดตันไส้กรองอย่างรวดเร็วและทำให้น้ำผิวดินใช้ไม่ได้
- เครื่องยนต์และมอเตอร์ — ไส้กรองอากาศตันภายในเวลาสั้น ๆ รถและเครื่องปั่นไฟจะเสียหาย
สมัยที่ผมทำงานดับเพลิงและกู้ภัย สิ่งที่เห็นซ้ำ ๆ ในงานที่เกี่ยวกับฝุ่นและควันคือ คนมักประเมินหน้ากากผิด หน้ากากผ้าและหน้ากากอนามัยธรรมดาช่วยกันฝุ่นหยาบได้บ้าง แต่ไม่ได้ออกแบบมากันอนุภาคละเอียดที่เข้าลึกถึงถุงลม ถ้าจะเตรียมจริง ให้เตรียมหน้ากากระดับ N95 หรือ KN95 และที่สำคัญกว่าคือ ต้องลองใส่ให้แนบหน้าก่อน ไม่ใช่ซื้อเก็บไว้เฉย ๆ หน้ากากที่ใส่แล้วมีช่องว่างข้างจมูก ป้องกันได้น้อยกว่าที่คิดมาก
3. ถ้าคุณหรือคนในครอบครัวอยู่ใกล้ภูเขาไฟที่ยังปะทุ
ส่วนนี้สำคัญสำหรับคนไทยที่ทำงาน เรียน หรือเดินทางในอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และญี่ปุ่น หลักการที่ใช้ได้ทุกประเทศคือ เขตอันตรายรอบปล่องไม่ใช่คำแนะนำ แต่คือเส้นที่มีคนตายมาแล้ว
สิ่งที่ต้องเข้าใจก่อนออกเดินทาง
- ระดับการเตือนภัย — แต่ละประเทศมีระบบระดับของตัวเอง ให้ดูที่ “รัศมีห้ามเข้า” เป็นหลัก เพราะเป็นตัวเลขที่ปฏิบัติได้ทันที
- ลาฮาร์ (lahar) — คือโคลนภูเขาไฟที่ไหลลงตามลำน้ำ เกิดได้แม้ภูเขาไฟไม่ได้ปะทุในวันนั้น เพียงแค่ฝนตกหนักบนกองเถ้าเก่าก็เกิดได้ นี่คือภัยที่คร่าชีวิตคนมากที่สุดในหลายเหตุการณ์ และมันมาตามหุบเขาและร่องน้ำ ไม่ได้มาตามถนน
- กระแสไพโรคลาสติก — กลุ่มก๊าซและเศษหินร้อนที่ไหลลงมาด้วยความเร็วสูง วิ่งหนีไม่ทัน ทางรอดคือไม่อยู่ในระยะตั้งแต่แรก
หลักที่ผมยึดตอนวางแผนอพยพในงานภาคสนามคือ ให้เลือกเส้นทางที่ ขึ้นที่สูงและออกด้านข้างของหุบเขา ไม่ใช่วิ่งหนีไปตามแนวลำน้ำ เพราะทั้งลาฮาร์และน้ำท่วมฉับพลันใช้เส้นทางเดียวกับที่คุณกำลังวิ่งอยู่ ระยะทางที่ได้ต่อวินาทีของคุณสู้กระแสโคลนไม่ได้ แต่ความสูงที่ได้ 10-20 เมตร ช่วยชีวิตได้
4. เมื่อเที่ยวบินถูกยกเลิกเพราะเถ้าภูเขาไฟ
นี่คือสถานการณ์ที่คนไทยมีโอกาสเจอมากที่สุด และมันไม่ใช่เรื่องเล็กเมื่อคุณติดอยู่ต่างประเทศพร้อมลูกเล็กหรือผู้สูงอายุ
สิ่งที่ควรทำเมื่อรู้ว่ามีการปะทุในเส้นทางบิน
- อย่าเพิ่งเดินทางไปสนามบิน ถ้ายังไม่ได้รับการยืนยันจากสายการบิน การไปนั่งรอที่สนามบินที่คนแน่นไม่ได้ทำให้คุณได้ที่นั่งเร็วขึ้น และทำให้คุณเสียที่พักที่มีอยู่
- ติดต่อสายการบินผ่านช่องทางออนไลน์ก่อนโทร สายโทรศัพท์จะเต็มเสมอในชั่วโมงแรก
- ยืดที่พักออกไปทันที ถ้าห้องที่พักอยู่ยังว่าง การต่อคืนที่เดิมง่ายและถูกกว่าการหาใหม่ตอนที่ทุกคนกำลังหา
- เช็กยาประจำตัว ว่าเหลือพอกี่วัน นี่คือรายการที่หาทดแทนยากที่สุดในต่างประเทศ
- แจ้งคนที่บ้านด้วยข้อความสั้นและชัด ว่า “ปลอดภัย อยู่ที่ไหน มีแผนอย่างไร” ข้อความเดียวที่ครบสามอย่างนี้ ตัดความกังวลได้มากกว่าการโทรยาว ๆ ที่สัญญาณขาด
5. สิ่งที่เตรียมไว้ที่บ้านแล้วได้ใช้จริงกับทุกภัย
ข้อดีของการเตรียมตัวเรื่องภูเขาไฟในบริบทไทยคือ ของที่เตรียมเกือบทั้งหมดใช้ได้กับภัยที่เราเจอบ่อยกว่า ทั้งน้ำท่วม ไฟดับ และฝุ่นควันในฤดูแล้ง
- หน้ากาก N95 หรือ KN95 — สำหรับสมาชิกทุกคนในบ้าน อย่างน้อยคนละ 3 ชิ้น ใช้ได้ทั้งกับฝุ่น PM2.5 และควันไฟป่า
- แว่นตากันฝุ่นแบบครอบ — ราคาไม่แพงและช่วยได้จริงเมื่อมีฝุ่นละเอียดลอย
- น้ำดื่มสำรอง 3 ลิตรต่อคนต่อวัน อย่างน้อย 3 วัน — ตัวเลขนี้ครอบคลุมทั้งการดื่มและการใช้ขั้นต่ำ
- เทปกาวและแผ่นพลาสติก — ปิดช่องลมและร่องหน้าต่างเมื่อคุณภาพอากาศแย่
- ไฟฉายและแบตสำรอง — เลือกไฟฉายที่ใช้ถ่านมาตรฐาน เพราะหาซื้อได้ในร้านทั่วไป
- เอกสารสำคัญถ่ายเก็บไว้ในโทรศัพท์และคลาวด์ — พาสปอร์ต บัตรประชาชน กรมธรรม์ และรายการยาที่ใช้อยู่
สิ่งที่ผมอยากเน้นเป็นพิเศษคือ รายการยา ในงานกู้ภัยหลายครั้ง ปัญหาที่ทำให้การช่วยเหลือช้าไม่ใช่การหาตัวคน แต่คือการที่ไม่มีใครรู้ว่าผู้ป่วยกินยาอะไรอยู่ กระดาษแผ่นเดียวหรือรูปถ่ายในมือถือที่เขียนชื่อยา ขนาด และโรคประจำตัว มีค่ามากกว่าอุปกรณ์ราคาแพงหลายอย่างรวมกัน
6. ถ้ามีเถ้าตกจริง ทำอะไรตามลำดับ
แม้โอกาสเกิดในไทยจะต่ำ แต่ถ้าคุณอยู่ในพื้นที่ที่มีเถ้าตก ลำดับต่อไปนี้ใช้ได้ทันที
- เข้าในอาคาร ปิดประตูหน้าต่างและช่องลมทั้งหมด รวมถึงปิดเครื่องปรับอากาศที่ดึงอากาศจากภายนอก
- ใส่หน้ากากและแว่นครอบตาถ้าต้องออกไปข้างนอก และสวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว
- อย่าขับรถถ้าไม่จำเป็น เถ้าทำให้ถนนลื่นเหมือนน้ำแข็ง และทัศนวิสัยแย่ลงอย่างรวดเร็ว
- กวาดเถ้าออกจากหลังคาก่อนฝนตก ถ้าทำได้อย่างปลอดภัย แต่ถ้าต้องปีนสูงในสภาพลื่น ให้ประเมินว่าความเสี่ยงตกจากที่สูงคุ้มกับการรักษาหลังคาหรือไม่ คนบาดเจ็บจากการตกขณะทำความสะอาดหลังคามีมากกว่าที่คนคิด
- ปิดถังเก็บน้ำและตัดท่อรับน้ำฝนชั่วคราว เพื่อไม่ให้เถ้าปนลงถัง
- อย่ากวาดแบบแห้งในที่อับ ให้พรมน้ำเบา ๆ ก่อน เพื่อลดการฟุ้ง
จุดตัดสินใจที่ต้องคิดไว้ล่วงหน้า
ในภาวะฉุกเฉิน คนไม่ได้ตัดสินใจแย่เพราะโง่ แต่เพราะไม่เคยกำหนดเส้นไว้ก่อน ลองตอบสามข้อนี้กับครอบครัวคืนนี้
- ถ้าติดต่อกันไม่ได้ 24 ชั่วโมง จะถือว่าอะไรเป็นค่าตั้งต้น — ตกลงจุดนัดพบและคนกลางที่ทุกคนจะติดต่อ (ควรเป็นญาติที่อยู่คนละจังหวัด เพราะสัญญาณในพื้นที่เดียวกันมักล่มพร้อมกัน)
- ถ้าคนในบ้านติดอยู่ต่างประเทศ ใครเป็นคนติดต่อสถานทูตและใครดูแลเรื่องเงิน — แบ่งหน้าที่ไว้ก่อน ดีกว่าทุกคนทำเรื่องเดียวกันซ้ำ
- ถ้าต้องอยู่บ้านโดยไม่ออกไปไหน 3 วัน ขาดอะไรเป็นอย่างแรก — คำตอบของแต่ละบ้านต่างกัน บางบ้านคือน้ำ บางบ้านคือยา บางบ้านคือนมผงเด็ก จงเติมสิ่งนั้นก่อน
สิ่งที่ทำได้วันนี้ ภายใน 20 นาที
- เปิดมือถือ ถ่ายรูปซองยาของทุกคนในบ้าน เก็บไว้ในอัลบั้มเดียวกัน (3 นาที)
- เช็กว่าบ้านมีหน้ากาก N95 หรือ KN95 กี่ชิ้น ถ้าไม่มีให้ใส่ลงรายการซื้อสัปดาห์นี้ (2 นาที)
- ตกลงกับครอบครัวว่า “ญาติคนกลาง” ที่ทุกคนจะติดต่อคือใคร แล้วบันทึกเบอร์ไว้ในมือถือทุกเครื่อง (5 นาที)
- ถ้ามีคนในครอบครัวเดินทางไปอินโดนีเซียหรือฟิลิปปินส์ ให้เก็บเบอร์สถานทูตไทยในประเทศนั้นไว้ล่วงหน้า (5 นาที)
- นับขวดน้ำดื่มในบ้านว่าพอ 3 วันหรือไม่ ถ้าไม่พอให้ซื้อเพิ่มในรอบจ่ายตลาดครั้งหน้า (5 นาที)
สรุป
ประเทศไทยไม่ต้องเตรียมรับมือลาวา แต่ต้องเตรียมรับมือกับผลกระทบทางอ้อมของภูเขาไฟในภูมิภาค ซึ่งมาในรูปของการเดินทางที่หยุดชะงัก คนในครอบครัวที่ติดอยู่ต่างประเทศ และในบางกรณีคือคุณภาพอากาศ
ข่าวดีคือของที่เตรียมสำหรับเรื่องนี้แทบทั้งหมดคือของชุดเดียวกับที่ใช้รับมือน้ำท่วม ไฟดับ และฝุ่นควัน คุณไม่ได้เตรียมของสำหรับภัยที่อาจไม่มาถึง แต่กำลังเสริมชุดพื้นฐานที่จะได้ใช้แน่ ๆ ในปีนี้
สำหรับคนที่มีสมาชิกครอบครัวอยู่ใกล้ภูเขาไฟที่ยังปะทุ ขอให้จำเส้นเดียวนี้ไว้ คือ เขตห้ามเข้าไม่ใช่คำแนะนำ และเส้นทางหนีที่ถูกคือขึ้นที่สูงออกจากหุบเขา ไม่ใช่วิ่งตามลำน้ำ
แหล่งข้อมูลอ้างอิง (หน่วยงานราชการ)
- กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย — disaster.go.th(การแจ้งเตือนภัยและแนวทางปฏิบัติของประชาชน)
- กรมอุตุนิยมวิทยา — tmd.go.th(พยากรณ์อากาศ ลม และประกาศเตือน)
- กรมทรัพยากรธรณี — dmr.go.th(ธรณีวิทยา ภูเขาไฟเก่าในประเทศไทย และดินถล่ม)
- สภากาชาดไทย — redcross.or.th(การเตรียมความพร้อมของครัวเรือน)
บทความนี้เขียนโดยอดีตเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกู้ภัยผู้มีประสบการณ์ปฏิบัติงานในพื้นที่ประสบภัย เนื้อหาเป็นแนวทางทั่วไปเพื่อการเตรียมความพร้อม ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ในสถานการณ์จริงให้ปฏิบัติตามประกาศของหน่วยงานราชการในพื้นที่เป็นหลัก
อ่านต่อ
- ชุดฉุกเฉิน 3 ระดับ: จัดของให้หยิบทันทั้งตอนอพยพและตอนติดในบ้าน
- เตรียมยาและอุปกรณ์การแพทย์ก่อนภัยพิบัติ: คู่มือฉบับบ้านไทย
- ความปลอดภัยจากน้ำท่วม: เกณฑ์ตัดสินใจที่ทำให้ออกทันเวลา
Ready America 3-Day Survival Box (1-Person)
ชุดยังชีพ 72 ชั่วโมงแบบสำเร็จรูปมีประโยชน์สำหรับครอบครัวที่ยังไม่ได้จัดกระเป๋าฉุกเฉินของตนเอง ใช้เป็นจุดเริ่มต้น แล้วเพิ่มเอกสารสำคัญ ยาประจำตัว เงินสด สายชาร์จ และน้ำดื่มตามจำนวนสมาชิกในบ้าน
ก่อนซื้อ ควรเทียบการจัดส่ง ความพร้อมในพื้นที่ จำนวนคนในบ้าน และคำแนะนำจากหน่วยงานทางการ
ในฐานะ Amazon Associate เว็บไซต์นี้อาจได้รับรายได้จากการซื้อที่เข้าเงื่อนไข


ความคิดเห็น