ภูเขาไฟกับคนไทย: เถ้า การอพยพ และสิ่งที่ต้องเตรียมจริง

การเตรียมพร้อมรับภัยพิบัติ

ประเทศไทยไม่มีภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นอยู่ในแผ่นดิน แต่คำถามที่ว่า “แล้วเราต้องเตรียมอะไรเกี่ยวกับภูเขาไฟ” ไม่ได้ไร้เหตุผลเลย เพราะเราอยู่ในภูมิภาคที่ล้อมรอบด้วยภูเขาไฟที่ยังปะทุอยู่จริง ทั้งอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ และคนไทยจำนวนมากเดินทาง ทำงาน หรือเรียนอยู่ในพื้นที่เหล่านั้น เมื่อเกิดการปะทุครั้งใหญ่ ผลกระทบที่มาถึงเราไม่ได้มาในรูปของลาวา แต่มาในรูปของเที่ยวบินที่ถูกยกเลิก ญาติที่ติดอยู่ต่างประเทศ และในบางกรณีคือคุณภาพอากาศที่เปลี่ยนไป

บทความนี้แยกเรื่องออกเป็นสองส่วนให้ชัด คือ (1) สิ่งที่คนไทยในประเทศควรรู้และเตรียมได้จริง และ (2) สิ่งที่ต้องรู้ถ้าคุณหรือคนในครอบครัวอยู่ใกล้ภูเขาไฟที่ยังปะทุ เพราะการเอาคู่มือของประเทศที่มีภูเขาไฟมาใช้ทั้งดุ้นกับบ้านเราจะทำให้เตรียมผิดจุด และเสียแรงไปกับสิ่งที่ไม่เกิด

1. ความเสี่ยงจริงของประเทศไทยคืออะไร (และไม่ใช่อะไร)

เริ่มจากข้อเท็จจริงก่อน กรมทรัพยากรธรณีระบุว่าประเทศไทยมีร่องรอยภูเขาไฟเก่าอยู่หลายแห่ง เช่น ในพื้นที่บุรีรัมย์ ลำปาง และแพร่ แต่ทั้งหมดเป็นภูเขาไฟที่ดับแล้ว ไม่ใช่ภูเขาไฟที่ยังมีพลัง ดังนั้นสถานการณ์แบบ “ลาวาไหลเข้าหมู่บ้าน” หรือ “ลาฮาร์ถล่มลงมาตามลำน้ำ” ไม่ใช่ความเสี่ยงที่คนไทยในประเทศต้องวางแผนรับมือ

สิ่งที่เป็นความเสี่ยงจริงมี 3 อย่าง และทั้งสามอย่างเป็นเรื่องของ “ผลกระทบทางอ้อม”

  • การเดินทางหยุดชะงัก — เถ้าภูเขาไฟทำให้เครื่องยนต์อากาศยานเสียหายได้ สายการบินจึงยกเลิกเที่ยวบินทันทีเมื่อกลุ่มเถ้าลอยเข้าเส้นทางบิน การปะทุที่อินโดนีเซียเคยทำให้เที่ยวบินในภูมิภาคหยุดเป็นวัน ๆ
  • คนในครอบครัวอยู่ในพื้นที่เสี่ยง — แรงงานไทย นักศึกษา และนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยอยู่ในอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ต้องอพยพจริงเมื่อมีการปะทุ
  • ห่วงโซ่อุปทานและราคาสินค้า — เมื่อท่าเรือหรือสนามบินในภูมิภาคหยุด สินค้านำเข้าบางรายการจะขาดหรือแพงขึ้นชั่วคราว

เมื่อรู้ว่าความเสี่ยงคืออะไร การเตรียมตัวก็เปลี่ยนหน้าตาไปเลย เราไม่ได้เตรียม “หนีลาวา” แต่เตรียม “รับมือกับการติดค้างและการติดต่อไม่ได้”

2. เถ้าภูเขาไฟทำอะไรกับร่างกายและบ้านเรา

เถ้าภูเขาไฟไม่ใช่ขี้เถ้าจากการเผาไม้ มันคือหินและแก้วภูเขาไฟที่แตกละเอียด มีขอบคม ไม่ละลายน้ำ และไม่หายไปเองเมื่อโดนฝนแบบฝุ่นทั่วไป นี่คือเหตุผลที่การรับมือเถ้าต่างจากการรับมือฝุ่น PM2.5 ที่คนไทยคุ้นเคยกันดี

ผลกระทบที่พบบ่อยเมื่อเถ้าตกในพื้นที่

  • ทางเดินหายใจ — ระคายเคือง ไอ และอาการหอบกำเริบในผู้ที่มีโรคประจำตัว
  • ดวงตา — เศษคมทำให้กระจกตาถลอกได้ คนใส่คอนแท็กต์เลนส์เสี่ยงกว่าคนใส่แว่น
  • หลังคาบ้าน — เถ้าหนักกว่าที่คิดมาก และเมื่อเปียกฝนจะหนักขึ้นอีกเท่าตัว หลังคาที่รับน้ำหนักไม่ไหวจะพัง
  • น้ำและเครื่องกรอง — เถ้าอุดตันไส้กรองอย่างรวดเร็วและทำให้น้ำผิวดินใช้ไม่ได้
  • เครื่องยนต์และมอเตอร์ — ไส้กรองอากาศตันภายในเวลาสั้น ๆ รถและเครื่องปั่นไฟจะเสียหาย

สมัยที่ผมทำงานดับเพลิงและกู้ภัย สิ่งที่เห็นซ้ำ ๆ ในงานที่เกี่ยวกับฝุ่นและควันคือ คนมักประเมินหน้ากากผิด หน้ากากผ้าและหน้ากากอนามัยธรรมดาช่วยกันฝุ่นหยาบได้บ้าง แต่ไม่ได้ออกแบบมากันอนุภาคละเอียดที่เข้าลึกถึงถุงลม ถ้าจะเตรียมจริง ให้เตรียมหน้ากากระดับ N95 หรือ KN95 และที่สำคัญกว่าคือ ต้องลองใส่ให้แนบหน้าก่อน ไม่ใช่ซื้อเก็บไว้เฉย ๆ หน้ากากที่ใส่แล้วมีช่องว่างข้างจมูก ป้องกันได้น้อยกว่าที่คิดมาก

3. ถ้าคุณหรือคนในครอบครัวอยู่ใกล้ภูเขาไฟที่ยังปะทุ

ส่วนนี้สำคัญสำหรับคนไทยที่ทำงาน เรียน หรือเดินทางในอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และญี่ปุ่น หลักการที่ใช้ได้ทุกประเทศคือ เขตอันตรายรอบปล่องไม่ใช่คำแนะนำ แต่คือเส้นที่มีคนตายมาแล้ว

สิ่งที่ต้องเข้าใจก่อนออกเดินทาง

  • ระดับการเตือนภัย — แต่ละประเทศมีระบบระดับของตัวเอง ให้ดูที่ “รัศมีห้ามเข้า” เป็นหลัก เพราะเป็นตัวเลขที่ปฏิบัติได้ทันที
  • ลาฮาร์ (lahar) — คือโคลนภูเขาไฟที่ไหลลงตามลำน้ำ เกิดได้แม้ภูเขาไฟไม่ได้ปะทุในวันนั้น เพียงแค่ฝนตกหนักบนกองเถ้าเก่าก็เกิดได้ นี่คือภัยที่คร่าชีวิตคนมากที่สุดในหลายเหตุการณ์ และมันมาตามหุบเขาและร่องน้ำ ไม่ได้มาตามถนน
  • กระแสไพโรคลาสติก — กลุ่มก๊าซและเศษหินร้อนที่ไหลลงมาด้วยความเร็วสูง วิ่งหนีไม่ทัน ทางรอดคือไม่อยู่ในระยะตั้งแต่แรก

หลักที่ผมยึดตอนวางแผนอพยพในงานภาคสนามคือ ให้เลือกเส้นทางที่ ขึ้นที่สูงและออกด้านข้างของหุบเขา ไม่ใช่วิ่งหนีไปตามแนวลำน้ำ เพราะทั้งลาฮาร์และน้ำท่วมฉับพลันใช้เส้นทางเดียวกับที่คุณกำลังวิ่งอยู่ ระยะทางที่ได้ต่อวินาทีของคุณสู้กระแสโคลนไม่ได้ แต่ความสูงที่ได้ 10-20 เมตร ช่วยชีวิตได้

4. เมื่อเที่ยวบินถูกยกเลิกเพราะเถ้าภูเขาไฟ

นี่คือสถานการณ์ที่คนไทยมีโอกาสเจอมากที่สุด และมันไม่ใช่เรื่องเล็กเมื่อคุณติดอยู่ต่างประเทศพร้อมลูกเล็กหรือผู้สูงอายุ

สิ่งที่ควรทำเมื่อรู้ว่ามีการปะทุในเส้นทางบิน

  1. อย่าเพิ่งเดินทางไปสนามบิน ถ้ายังไม่ได้รับการยืนยันจากสายการบิน การไปนั่งรอที่สนามบินที่คนแน่นไม่ได้ทำให้คุณได้ที่นั่งเร็วขึ้น และทำให้คุณเสียที่พักที่มีอยู่
  2. ติดต่อสายการบินผ่านช่องทางออนไลน์ก่อนโทร สายโทรศัพท์จะเต็มเสมอในชั่วโมงแรก
  3. ยืดที่พักออกไปทันที ถ้าห้องที่พักอยู่ยังว่าง การต่อคืนที่เดิมง่ายและถูกกว่าการหาใหม่ตอนที่ทุกคนกำลังหา
  4. เช็กยาประจำตัว ว่าเหลือพอกี่วัน นี่คือรายการที่หาทดแทนยากที่สุดในต่างประเทศ
  5. แจ้งคนที่บ้านด้วยข้อความสั้นและชัด ว่า “ปลอดภัย อยู่ที่ไหน มีแผนอย่างไร” ข้อความเดียวที่ครบสามอย่างนี้ ตัดความกังวลได้มากกว่าการโทรยาว ๆ ที่สัญญาณขาด

5. สิ่งที่เตรียมไว้ที่บ้านแล้วได้ใช้จริงกับทุกภัย

ข้อดีของการเตรียมตัวเรื่องภูเขาไฟในบริบทไทยคือ ของที่เตรียมเกือบทั้งหมดใช้ได้กับภัยที่เราเจอบ่อยกว่า ทั้งน้ำท่วม ไฟดับ และฝุ่นควันในฤดูแล้ง

  • หน้ากาก N95 หรือ KN95 — สำหรับสมาชิกทุกคนในบ้าน อย่างน้อยคนละ 3 ชิ้น ใช้ได้ทั้งกับฝุ่น PM2.5 และควันไฟป่า
  • แว่นตากันฝุ่นแบบครอบ — ราคาไม่แพงและช่วยได้จริงเมื่อมีฝุ่นละเอียดลอย
  • น้ำดื่มสำรอง 3 ลิตรต่อคนต่อวัน อย่างน้อย 3 วัน — ตัวเลขนี้ครอบคลุมทั้งการดื่มและการใช้ขั้นต่ำ
  • เทปกาวและแผ่นพลาสติก — ปิดช่องลมและร่องหน้าต่างเมื่อคุณภาพอากาศแย่
  • ไฟฉายและแบตสำรอง — เลือกไฟฉายที่ใช้ถ่านมาตรฐาน เพราะหาซื้อได้ในร้านทั่วไป
  • เอกสารสำคัญถ่ายเก็บไว้ในโทรศัพท์และคลาวด์ — พาสปอร์ต บัตรประชาชน กรมธรรม์ และรายการยาที่ใช้อยู่

สิ่งที่ผมอยากเน้นเป็นพิเศษคือ รายการยา ในงานกู้ภัยหลายครั้ง ปัญหาที่ทำให้การช่วยเหลือช้าไม่ใช่การหาตัวคน แต่คือการที่ไม่มีใครรู้ว่าผู้ป่วยกินยาอะไรอยู่ กระดาษแผ่นเดียวหรือรูปถ่ายในมือถือที่เขียนชื่อยา ขนาด และโรคประจำตัว มีค่ามากกว่าอุปกรณ์ราคาแพงหลายอย่างรวมกัน

6. ถ้ามีเถ้าตกจริง ทำอะไรตามลำดับ

แม้โอกาสเกิดในไทยจะต่ำ แต่ถ้าคุณอยู่ในพื้นที่ที่มีเถ้าตก ลำดับต่อไปนี้ใช้ได้ทันที

  1. เข้าในอาคาร ปิดประตูหน้าต่างและช่องลมทั้งหมด รวมถึงปิดเครื่องปรับอากาศที่ดึงอากาศจากภายนอก
  2. ใส่หน้ากากและแว่นครอบตาถ้าต้องออกไปข้างนอก และสวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว
  3. อย่าขับรถถ้าไม่จำเป็น เถ้าทำให้ถนนลื่นเหมือนน้ำแข็ง และทัศนวิสัยแย่ลงอย่างรวดเร็ว
  4. กวาดเถ้าออกจากหลังคาก่อนฝนตก ถ้าทำได้อย่างปลอดภัย แต่ถ้าต้องปีนสูงในสภาพลื่น ให้ประเมินว่าความเสี่ยงตกจากที่สูงคุ้มกับการรักษาหลังคาหรือไม่ คนบาดเจ็บจากการตกขณะทำความสะอาดหลังคามีมากกว่าที่คนคิด
  5. ปิดถังเก็บน้ำและตัดท่อรับน้ำฝนชั่วคราว เพื่อไม่ให้เถ้าปนลงถัง
  6. อย่ากวาดแบบแห้งในที่อับ ให้พรมน้ำเบา ๆ ก่อน เพื่อลดการฟุ้ง

จุดตัดสินใจที่ต้องคิดไว้ล่วงหน้า

ในภาวะฉุกเฉิน คนไม่ได้ตัดสินใจแย่เพราะโง่ แต่เพราะไม่เคยกำหนดเส้นไว้ก่อน ลองตอบสามข้อนี้กับครอบครัวคืนนี้

  • ถ้าติดต่อกันไม่ได้ 24 ชั่วโมง จะถือว่าอะไรเป็นค่าตั้งต้น — ตกลงจุดนัดพบและคนกลางที่ทุกคนจะติดต่อ (ควรเป็นญาติที่อยู่คนละจังหวัด เพราะสัญญาณในพื้นที่เดียวกันมักล่มพร้อมกัน)
  • ถ้าคนในบ้านติดอยู่ต่างประเทศ ใครเป็นคนติดต่อสถานทูตและใครดูแลเรื่องเงิน — แบ่งหน้าที่ไว้ก่อน ดีกว่าทุกคนทำเรื่องเดียวกันซ้ำ
  • ถ้าต้องอยู่บ้านโดยไม่ออกไปไหน 3 วัน ขาดอะไรเป็นอย่างแรก — คำตอบของแต่ละบ้านต่างกัน บางบ้านคือน้ำ บางบ้านคือยา บางบ้านคือนมผงเด็ก จงเติมสิ่งนั้นก่อน

สิ่งที่ทำได้วันนี้ ภายใน 20 นาที

  1. เปิดมือถือ ถ่ายรูปซองยาของทุกคนในบ้าน เก็บไว้ในอัลบั้มเดียวกัน (3 นาที)
  2. เช็กว่าบ้านมีหน้ากาก N95 หรือ KN95 กี่ชิ้น ถ้าไม่มีให้ใส่ลงรายการซื้อสัปดาห์นี้ (2 นาที)
  3. ตกลงกับครอบครัวว่า “ญาติคนกลาง” ที่ทุกคนจะติดต่อคือใคร แล้วบันทึกเบอร์ไว้ในมือถือทุกเครื่อง (5 นาที)
  4. ถ้ามีคนในครอบครัวเดินทางไปอินโดนีเซียหรือฟิลิปปินส์ ให้เก็บเบอร์สถานทูตไทยในประเทศนั้นไว้ล่วงหน้า (5 นาที)
  5. นับขวดน้ำดื่มในบ้านว่าพอ 3 วันหรือไม่ ถ้าไม่พอให้ซื้อเพิ่มในรอบจ่ายตลาดครั้งหน้า (5 นาที)

สรุป

ประเทศไทยไม่ต้องเตรียมรับมือลาวา แต่ต้องเตรียมรับมือกับผลกระทบทางอ้อมของภูเขาไฟในภูมิภาค ซึ่งมาในรูปของการเดินทางที่หยุดชะงัก คนในครอบครัวที่ติดอยู่ต่างประเทศ และในบางกรณีคือคุณภาพอากาศ

ข่าวดีคือของที่เตรียมสำหรับเรื่องนี้แทบทั้งหมดคือของชุดเดียวกับที่ใช้รับมือน้ำท่วม ไฟดับ และฝุ่นควัน คุณไม่ได้เตรียมของสำหรับภัยที่อาจไม่มาถึง แต่กำลังเสริมชุดพื้นฐานที่จะได้ใช้แน่ ๆ ในปีนี้

สำหรับคนที่มีสมาชิกครอบครัวอยู่ใกล้ภูเขาไฟที่ยังปะทุ ขอให้จำเส้นเดียวนี้ไว้ คือ เขตห้ามเข้าไม่ใช่คำแนะนำ และเส้นทางหนีที่ถูกคือขึ้นที่สูงออกจากหุบเขา ไม่ใช่วิ่งตามลำน้ำ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง (หน่วยงานราชการ)

  • กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย — disaster.go.th(การแจ้งเตือนภัยและแนวทางปฏิบัติของประชาชน)
  • กรมอุตุนิยมวิทยา — tmd.go.th(พยากรณ์อากาศ ลม และประกาศเตือน)
  • กรมทรัพยากรธรณี — dmr.go.th(ธรณีวิทยา ภูเขาไฟเก่าในประเทศไทย และดินถล่ม)
  • สภากาชาดไทย — redcross.or.th(การเตรียมความพร้อมของครัวเรือน)

บทความนี้เขียนโดยอดีตเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกู้ภัยผู้มีประสบการณ์ปฏิบัติงานในพื้นที่ประสบภัย เนื้อหาเป็นแนวทางทั่วไปเพื่อการเตรียมความพร้อม ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ในสถานการณ์จริงให้ปฏิบัติตามประกาศของหน่วยงานราชการในพื้นที่เป็นหลัก

อ่านต่อ

Ready America 3-Day Survival Box (1-Person)

ชุดยังชีพ 72 ชั่วโมงแบบสำเร็จรูปมีประโยชน์สำหรับครอบครัวที่ยังไม่ได้จัดกระเป๋าฉุกเฉินของตนเอง ใช้เป็นจุดเริ่มต้น แล้วเพิ่มเอกสารสำคัญ ยาประจำตัว เงินสด สายชาร์จ และน้ำดื่มตามจำนวนสมาชิกในบ้าน

ก่อนซื้อ ควรเทียบการจัดส่ง ความพร้อมในพื้นที่ จำนวนคนในบ้าน และคำแนะนำจากหน่วยงานทางการ

ในฐานะ Amazon Associate เว็บไซต์นี้อาจได้รับรายได้จากการซื้อที่เข้าเงื่อนไข

ความคิดเห็น

คัดลอกชื่อเรื่องและ URL แล้ว