ความปลอดภัยจากแผ่นดินไหว: สิ่งที่ต้องทำก่อน ระหว่าง และหลังเกิดแผ่นดินไหว

การเตรียมรับแผ่นดินไหว

แผ่นดินไหวเกิดขึ้นโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า ในช่วงเวลาเพียงไม่กี่วินาที ชีวิตและทรัพย์สินสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างสิ้นเชิง ประเทศไทยแม้จะไม่ได้ตั้งอยู่บนแนวรอยเลื่อนที่อันตรายที่สุดในโลก แต่ก็อยู่ในภูมิภาคที่มีความเสี่ยงจากแผ่นดินไหวอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในภาคเหนือและภาคตะวันตกของประเทศที่อยู่ใกล้กับรอยเลื่อนที่ยังคงมีการเคลื่อนที่อยู่

จากประสบการณ์ของผมในการตอบสนองต่อภัยพิบัติและการฝึกอบรมด้านการจัดการสาธารณภัยมานานกว่า 15 ปี สิ่งที่ทำให้ผมกังวลมากที่สุดไม่ใช่ตัวแผ่นดินไหวเอง แต่คือความไม่พร้อมของผู้คน การไม่รู้ว่าต้องทำอะไร เมื่อไหร่ และอย่างไร นั่นคือสิ่งที่คร่าชีวิตคนมากกว่าแรงสั่นสะเทือนเสียอีก บทความนี้จะพาคุณผ่านขั้นตอนการเตรียมพร้อมและการรับมือกับแผ่นดินไหวอย่างเป็นระบบ เพื่อให้คุณและครอบครัวปลอดภัยที่สุด

  1. ทำความเข้าใจความเสี่ยงแผ่นดินไหวในประเทศไทย
  2. การเตรียมพร้อมก่อนเกิดแผ่นดินไหว
    1. ประเมินและปรับปรุงความปลอดภัยของบ้าน
    2. จัดเตรียมชุดอุปกรณ์ฉุกเฉิน
    3. วางแผนการสื่อสารและนัดหมายครอบครัว
  3. สิ่งที่ต้องทำระหว่างเกิดแผ่นดินไหว
    1. หลักการ “ก้ม หลบ ยึด” (Drop, Cover, Hold On)
    2. สิ่งที่ไม่ควรทำระหว่างเกิดแผ่นดินไหว
    3. หากคุณอยู่ภายนอกอาคาร
  4. การดูแลตัวเองหลังจากเกิดแผ่นดินไหว
    1. ตรวจสอบความปลอดภัยทันที
    2. เตรียมรับมืออาฟเตอร์ช็อก
    3. รับข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้
  5. การช่วยเหลือผู้ถูกฝังอยู่ใต้ซากอาคาร
  6. การดูแลสุขภาพจิตหลังเกิดภัยพิบัติ
  7. จุดตัดสินใจสำคัญ: อพยพหรืออยู่กับที่?
  8. การกระทำวันนี้: แผนปฏิบัติการสำหรับครอบครัว
  9. สรุป: ความพร้อมคือกุญแจสำคัญ
  10. แหล่งอ้างอิง

ทำความเข้าใจความเสี่ยงแผ่นดินไหวในประเทศไทย

ประเทศไทยมีรอยเลื่อนที่ยังมีพลังงานหลายแห่ง โดยเฉพาะในภาคเหนือ ได้แก่ รอยเลื่อนแม่ทา รอยเลื่อนพะเยา และรอยเลื่อนเชียงราย ซึ่งเคยก่อให้เกิดแผ่นดินไหวที่มีขนาดรุนแรงพอที่จะสร้างความเสียหายให้กับอาคารและชุมชนในพื้นที่ใกล้เคียง

นอกจากนี้ ประเทศไทยยังได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวในประเทศเพื่อนบ้านได้ด้วย โดยเฉพาะจากเมียนมาร์และอินโดนีเซีย แผ่นดินไหวขนาดใหญ่ในพื้นที่เหล่านี้สามารถทำให้รู้สึกได้ในหลายจังหวัดของไทย และอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่อาคารที่ไม่ได้มาตรฐานได้

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ระบุว่า จังหวัดที่มีความเสี่ยงสูงสุด ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ตาก กาญจนบุรี และกระบี่ หากคุณอาศัยอยู่ในพื้นที่เหล่านี้หรือมีครอบครัวอยู่ที่นั่น การเตรียมพร้อมเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้

การเตรียมพร้อมก่อนเกิดแผ่นดินไหว

ประเมินและปรับปรุงความปลอดภัยของบ้าน

สิ่งแรกที่ต้องทำคือตรวจสอบสภาพบ้านของคุณ อาคารที่สร้างก่อนปี พ.ศ. 2540 ในหลายพื้นที่อาจยังไม่ได้ออกแบบตามมาตรฐานรองรับแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหว ควรปรึกษาวิศวกรโครงสร้างเพื่อประเมินความแข็งแรงของอาคาร

  • ยึดตู้ และเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่กับผนังหรือพื้น โดยเฉพาะตู้หนังสือ ตู้เย็น และเครื่องปรับอากาศที่ติดผนัง
  • จัดเก็บสิ่งของหนักไว้ในระดับต่ำ เช่น บนพื้นหรือชั้นล่างสุดของตู้ ไม่ควรวางของหนักไว้บนชั้นสูง
  • ตรวจสอบท่อแก๊สและระบบไฟฟ้า หากมีการชำรุดหรือรั่วซึม ควรซ่อมแซมทันที
  • รู้จักตำแหน่งวาล์วปิดแก๊สและมิเตอร์ไฟฟ้าและฝึกซ้อมการปิดในกรณีฉุกเฉิน

จัดเตรียมชุดอุปกรณ์ฉุกเฉิน

ชุดอุปกรณ์ฉุกเฉินควรพร้อมใช้งานตลอดเวลา และทุกคนในบ้านควรรู้ว่ามันอยู่ที่ไหน สิ่งที่ควรมีในชุดอุปกรณ์ฉุกเฉินสำหรับครอบครัว ได้แก่

  • น้ำดื่มสำรองอย่างน้อย 3 วัน (คนละ 3 ลิตรต่อวัน)
  • อาหารแห้งหรืออาหารกระป๋องที่เก็บได้นาน สำหรับ 3–7 วัน
  • ไฟฉาย พร้อมแบตเตอรี่สำรอง
  • วิทยุที่ใช้แบตเตอรี่สำหรับรับข่าวสาร
  • ชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้น รวมถึงยาประจำตัวที่จำเป็น
  • สำเนาเอกสารสำคัญในถุงกันน้ำ เช่น บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน โฉนดที่ดิน
  • เงินสดจำนวนหนึ่ง เพราะระบบธนาคารอาจใช้งานไม่ได้
  • ผ้าห่มและเสื้อผ้าสำรอง
  • นกหวีดหรืออุปกรณ์ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ

ถุงเป้ฉุกเฉินที่บรรจุสิ่งของเหล่านี้และสามารถหยิบได้ทันทีเมื่อต้องอพยพ เป็นสิ่งที่ผมแนะนำให้ทุกครัวเรือนมีไว้เสมอ

วางแผนการสื่อสารและนัดหมายครอบครัว

ในสถานการณ์ฉุกเฉิน โทรศัพท์มือถืออาจใช้งานไม่ได้เนื่องจากสัญญาณล้น ครอบครัวควรกำหนดแผนล่วงหน้าดังนี้

  • จุดนัดพบภายในบ้าน: สถานที่ปลอดภัยในบ้าน เช่น หน้าบ้านหรือสวน
  • จุดนัดพบนอกบ้าน: สถานที่ที่ทุกคนรู้จักดี เช่น วัด โรงเรียน หรือสวนสาธารณะใกล้บ้าน
  • ผู้ติดต่อกลาง: กำหนดญาติหรือเพื่อนในต่างจังหวัดเป็นผู้ประสานงาน เพราะการโทรระยะไกลมักทำได้ง่ายกว่าการโทรในพื้นที่เดียวกัน

ฝึกซ้อมแผนนี้กับทุกคนในครอบครัวอย่างน้อยปีละครั้ง รวมถึงเด็กๆ ด้วย เพื่อให้ทุกคนรู้ว่าต้องทำอะไรโดยไม่ต้องคิดมาก

สิ่งที่ต้องทำระหว่างเกิดแผ่นดินไหว

หลักการ “ก้ม หลบ ยึด” (Drop, Cover, Hold On)

เมื่อพื้นเริ่มสั่น ให้ปฏิบัติตามหลักการนี้ทันที

  • ก้ม (Drop): ลงไปนอนหรือคุกเข่าบนพื้น เพื่อป้องกันการล้มจากแรงสั่นสะเทือน
  • หลบ (Cover): หลบใต้โต๊ะแข็งแรง หรือหากไม่มีโต๊ะ ให้คลุมศีรษะและคอด้วยมือทั้งสองข้าง หันหน้าเข้าหาผนังด้านใน
  • ยึด (Hold On): จับยึดขาโต๊ะหรือสิ่งที่มั่นคงไว้ และรอจนกว่าการสั่นสะเทือนจะหยุด

สิ่งที่ไม่ควรทำระหว่างเกิดแผ่นดินไหว

  • ห้ามวิ่งออกจากอาคาร: สิ่งของที่ตกลงมาจากอาคาร เช่น กระเบื้อง กระจก และเศษคอนกรีต มักเป็นสาเหตุหลักของการบาดเจ็บ
  • ห้ามใช้ลิฟต์: ลิฟต์อาจหยุดทำงานหรือเกิดไฟฟ้าขัดข้องระหว่างเกิดแผ่นดินไหว
  • ห้ามยืนอยู่ใกล้หน้าต่างหรือประตูกระจก: กระจกอาจแตกและทำให้ได้รับบาดเจ็บ
  • ห้ามจุดไฟหรือใช้เปลวไฟใดๆ: อาจมีแก๊สรั่วโดยที่คุณไม่รู้ตัว

หากคุณอยู่ภายนอกอาคาร

เดินออกห่างจากอาคาร เสาไฟฟ้า สายไฟ และต้นไม้ใหญ่ ไปยังพื้นที่โล่งและคุกเข่าลงบนพื้นจนกว่าการสั่นสะเทือนจะหยุด หากคุณกำลังขับรถอยู่ ให้จอดรถในพื้นที่ปลอดภัย ห่างจากสะพาน อุโมงค์ และสายไฟ แล้วรออยู่ในรถจนกว่าการสั่นสะเทือนจะสิ้นสุด

การดูแลตัวเองหลังจากเกิดแผ่นดินไหว

ตรวจสอบความปลอดภัยทันที

เมื่อการสั่นสะเทือนหยุดลง ให้ตรวจสอบร่างกายของตัวเองและผู้อื่นที่อยู่ด้วยก่อน หากมีผู้บาดเจ็บ ให้ปฐมพยาบาลเบื้องต้นและเรียกหน่วยกู้ภัย จากนั้นให้ตรวจสอบสภาพแวดล้อม

  • ดมกลิ่นแก๊ส หากได้กลิ่นแก๊ส ให้เปิดหน้าต่างและออกจากอาคารทันที
  • ตรวจสอบสายไฟและระบบไฟฟ้า หากพบสายไฟขาดหรือลัดวงจร ให้ปิดมิเตอร์ไฟฟ้าหลัก
  • ตรวจสอบโครงสร้างอาคาร หากพบรอยแตกร้าวขนาดใหญ่หรืออาคารเอียง ให้ออกจากอาคารทันที

เตรียมรับมืออาฟเตอร์ช็อก

อาฟเตอร์ช็อกหรือแผ่นดินไหวตามหลังมักเกิดขึ้นหลังแผ่นดินไหวหลัก และอาจมีขนาดรุนแรงพอที่จะทำให้อาคารที่เสียหายแล้วพังทลายได้ ที่ศูนย์อพยพจริงๆ สิ่งที่ทำให้ผมประหลาดใจคือ มีผู้บาดเจ็บจำนวนมากที่กลับเข้าไปในอาคารที่เสียหายทันทีหลังแผ่นดินไหวหลักหยุด แล้วถูกอาฟเตอร์ช็อกถล่มซ้ำ

ให้ปฏิบัติตามหลักการ “ก้ม หลบ ยึด” ทุกครั้งที่รู้สึกถึงการสั่นสะเทือน และอย่าเข้าไปในอาคารที่ได้รับความเสียหายจนกว่าเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบและรับรองความปลอดภัยแล้ว

รับข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้

ในยุคที่ข่าวลือแพร่กระจายรวดเร็วบนโซเชียลมีเดีย สิ่งสำคัญคือต้องรับข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือเท่านั้น เปิดวิทยุเพื่อรับฟังประกาศจากหน่วยงานราชการ และติดตามข่าวสารจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และกรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งจะรายงานข้อมูลแผ่นดินไหวและคำแนะนำอย่างเป็นทางการ

การช่วยเหลือผู้ถูกฝังอยู่ใต้ซากอาคาร

หากคุณพบผู้ที่ถูกฝังอยู่ใต้ซากอาคาร ให้ปฏิบัติดังนี้

  • แจ้งหน่วยกู้ภัยทันที: โทร 199 (ดับเพลิงและกู้ภัย) หรือ 1669 (ฉุกเฉินการแพทย์)
  • พูดคุยกับผู้ที่ถูกฝังเพื่อให้เขาสงบและรู้ว่ามีคนมาช่วย
  • อย่าเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บที่ต้องสงสัยว่ามีบาดเจ็บที่กระดูกสันหลัง ยกเว้นกรณีที่มีความเสี่ยงต่อชีวิตทันที เช่น ไฟไหม้
  • อย่าขุดหรือเคลื่อนย้ายซากอาคารโดยไม่ได้รับการฝึกอบรม เพราะอาจทำให้โครงสร้างพังทลายซ้ำ

การดูแลสุขภาพจิตหลังเกิดภัยพิบัติ

ผลกระทบทางจิตใจจากแผ่นดินไหวมักถูกมองข้าม แต่มีความสำคัญไม่แพ้การบาดเจ็บทางกาย ผู้รอดชีวิตหลายคนประสบกับภาวะตึงเครียดหลังเหตุการณ์รุนแรง (PTSD) ความกลัว ความวิตกกังวล และอาการนอนไม่หลับ

สภากาชาดไทยและหน่วยงานสาธารณสุขมักจัดทีมสนับสนุนสุขภาพจิตในพื้นที่ประสบภัย หากคุณหรือคนในครอบครัวรู้สึกไม่ปกติทางจิตใจหลังเกิดภัยพิบัติ ควรขอรับการสนับสนุนจากผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่เป็นการดูแลตัวเองที่ชาญฉลาด

  • พูดคุยกับครอบครัวและเพื่อนฝูงเกี่ยวกับความรู้สึก
  • รักษากิจวัตรประจำวันให้ใกล้เคียงปกติมากที่สุด
  • จำกัดการรับชมข่าวสารที่ทำให้รู้สึกแย่ลง
  • ติดต่อสายด่วนสุขภาพจิต 1323 หากต้องการความช่วยเหลือ

จุดตัดสินใจสำคัญ: อพยพหรืออยู่กับที่?

หนึ่งในการตัดสินใจที่ยากที่สุดหลังเกิดแผ่นดินไหวคือ จะอยู่ในบ้านหรืออพยพออกไป นี่คือแนวทางการตัดสินใจ

ให้อพยพทันทีหากพบสิ่งต่อไปนี้

  • มีรอยแตกร้าวขนาดใหญ่บนผนังหรือโครงสร้างหลัก
  • ประตูหรือหน้าต่างบิดเบี้ยว ไม่สามารถเปิดหรือปิดได้ตามปกติ
  • พื้นยุบหรือเอียงอย่างเห็นได้ชัด
  • ได้ยินเสียงดังหรือเสียงแตกจากโครงสร้าง
  • มีกลิ่นแก๊สหรือควัน
  • เจ้าหน้าที่สั่งให้อพยพ

สามารถอยู่ในบ้านได้หาก

  • อาคารไม่ได้รับความเสียหายที่มองเห็นได้
  • ระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานยังทำงานได้หรือมีสำรองเพียงพอ
  • ไม่มีคำสั่งอพยพจากเจ้าหน้าที่

ในทุกกรณี ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่และติดตามข้อมูลจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอย่างสม่ำเสมอ

การกระทำวันนี้: แผนปฏิบัติการสำหรับครอบครัว

การเตรียมพร้อมไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก แต่ต้องเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ ไม่ใช่รอจนเกิดเหตุ นี่คือสิ่งที่ควรทำในสัปดาห์นี้

  • วันนี้: บอกทุกคนในบ้านเกี่ยวกับหลักการ “ก้ม หลบ ยึด” และซ้อมพร้อมกัน
  • ภายในสัปดาห์นี้: กำหนดจุดนัดพบฉุกเฉินและผู้ติดต่อกลางของครอบครัว บันทึกหมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉินไว้ในสมุดบันทึก (ไม่ใช่แค่ในโทรศัพท์)
  • ภายในเดือนนี้: จัดเตรียมชุดอุปกรณ์ฉุกเฉินและน้ำสำรองให้เพียงพอสำหรับครอบครัว
  • ภายในไตรมาสนี้: ตรวจสอบและยึดเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่ในบ้าน ปรึกษาช่างหรือวิศวกรเกี่ยวกับความมั่นคงของโครงสร้างอาคาร

สรุป: ความพร้อมคือกุญแจสำคัญ

แผ่นดินไหวเป็นภัยธรรมชาติที่เราไม่สามารถป้องกันการเกิดขึ้นได้ แต่เราสามารถเตรียมพร้อมเพื่อลดความสูญเสียและเพิ่มโอกาสรอดชีวิตได้อย่างมีนัยสำคัญ ความแตกต่างระหว่างผู้ที่ผ่านวิกฤตได้อย่างปลอดภัยกับผู้ที่ไม่ส่วนใหญ่อยู่ที่ “การเตรียมพร้อมล่วงหน้า” ไม่ใช่โชคชะตา

จากประสบการณ์การทำงานในพื้นที่ประสบภัยมานานหลายปี ผมเห็นซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า ครอบครัวที่มีแผนและฝึกซ้อม รับมือกับสถานการณ์ได้ดีกว่าครอบครัวที่ไม่มีการเตรียมพร้อมอย่างเห็นได้ชัด ทุกวินาทีในการเตรียมพร้อมวันนี้ อาจเป็นตัวชี้ขาดในวันที่ภัยพิบัติเกิดขึ้น

ขอให้คุณและครอบครัวปลอดภัยเสมอ

แหล่งอ้างอิง

  • กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.): www.disaster.go.th — ข้อมูลพื้นที่เสี่ยงภัยและคำแนะนำการเตรียมพร้อม
  • กรมอุตุนิยมวิทยา: www.tmd.go.th — ข้อมูลแผ่นดินไหวและการแจ้งเตือนภัยธรรมชาติ
  • สภากาชาดไทย: www.redcross.or.th — แนวทางการปฐมพยาบาลและการสนับสนุนสุขภาพจิตหลังภัยพิบัติ

コメント

タイトルとURLをコピーしました