บ่ายวันที่ 28 มีนาคม 2568 หลายคนในกรุงเทพฯ ได้เจอสิ่งที่ไม่เคยคิดว่าจะเจอ น้ำในสระว่ายน้ำบนดาดฟ้าคอนโดกระฉอกล้นขอบ โคมไฟในออฟฟิศชั้น 30 แกว่งไปมา และพนักงานหลายพันคนวิ่งลงบันไดหนีไฟพร้อมกัน ทั้งที่จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ในเมียนมา ห่างออกไปหลายร้อยกิโลเมตร
เหตุการณ์วันนั้นทำให้คำถามที่คนกรุงเทพฯ ไม่ค่อยได้ถามกลายเป็นเรื่องจริง: ถ้าแผ่นดินไหวตอนเราอยู่บนตึกสูง ควรอยู่ตรงไหน และควรลงเมื่อไร บทความนี้ตอบสองคำถามนี้โดยตรง สำหรับคนที่อยู่คอนโดหรือทำงานในอาคารสูง
ผู้เขียนเป็นอดีตเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและนักป้องกันภัยพิบัติ (Bosai-shi) จากญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศที่ต้องอยู่กับแผ่นดินไหวทุกปี จึงจะเล่าสิ่งที่เห็นจากการซ้อมอพยพและการปฏิบัติงานจริงในอาคารสูงไว้ด้วย แต่ข้อมูลทางการของประเทศไทยให้ยึดตามกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและกรมอุตุนิยมวิทยาเป็นหลัก
- ทำไมตึกสูงในกรุงเทพฯ ถึงโยกแรง ทั้งที่อยู่ไกลจากศูนย์กลาง
- ระหว่างที่ตึกกำลังโยก: อยู่ที่ไหน ทำอะไร
- สิ่งที่ห้ามทำระหว่างโยก
- เมื่อไรควรลง และเมื่อไรอยู่ต่อได้
- ลงบันไดหนีไฟอย่างไรให้ปลอดภัย
- เมื่อลงมาถึงข้างล่างแล้ว
- เตรียมห้องและโต๊ะทำงานไว้ตั้งแต่วันนี้
- สรุปจุดตัดสินใจ
- สิ่งที่ทำได้วันนี้ (15 นาที)
- สรุป
- แหล่งข้อมูล
ทำไมตึกสูงในกรุงเทพฯ ถึงโยกแรง ทั้งที่อยู่ไกลจากศูนย์กลาง
แผ่นดินไหวขนาดใหญ่ส่งคลื่นออกมาหลายแบบ คลื่นที่สั่นเร็ว (คาบสั้น) จะอ่อนแรงลงเร็วเมื่อเดินทางไกล แต่คลื่นที่สั่นช้า ๆ เป็นจังหวะยาว (คาบยาว) เดินทางได้ไกลมากโดยไม่ค่อยลดแรง
ปัญหาคือ อาคารสูงมีจังหวะการโยกตามธรรมชาติที่ช้าเช่นกัน เมื่อคลื่นคาบยาวมาถึง ตึกจึงโยกรับจังหวะเดียวกันและโยกแรงขึ้นเรื่อย ๆ คล้ายการไกวชิงช้าให้ตรงจังหวะ ยิ่งชั้นสูงยิ่งโยกมาก คนชั้นล่างอาจแทบไม่รู้สึก ขณะที่คนชั้น 40 รู้สึกเหมือนอยู่บนเรือ
กรุงเทพฯ ยังตั้งอยู่บนชั้นดินเหนียวอ่อนหนาของที่ราบลุ่มเจ้าพระยา ดินอ่อนแบบนี้ขยายแรงสั่นของคลื่นคาบยาวให้มากขึ้นได้อีก นี่คือเหตุผลที่กรุงเทพฯ ถูกกำหนดให้อยู่ในพื้นที่ที่อาคารต้องออกแบบรับแรงแผ่นดินไหวตามกฎกระทรวง แม้จะไม่มีรอยเลื่อนมีพลังอยู่ใต้เมืองก็ตาม
สิ่งที่ควรรู้ไว้มีสามข้อ:
- การโยกอาจยาวนานกว่าที่คิด อาจเป็นนาทีหรือมากกว่านั้น และตึกอาจยังโยกต่ออีกพักหนึ่งหลังพื้นดินหยุดแล้ว
- การโยกแรงไม่ได้แปลว่าตึกจะถล่ม อาคารสูงที่ออกแบบถูกต้องถูกทำให้ “โยกได้” เพื่อกระจายแรง การโยกจึงน่ากลัวแต่ไม่ใช่สัญญาณพังโดยตัวมันเอง
- อันตรายหลักในตึกสูงมักมาจากของในห้อง ตู้ล้ม ชั้นวางเลื่อน ทีวีหล่น กระจกแตก และคนล้มขณะพยายามวิ่ง
ระหว่างที่ตึกกำลังโยก: อยู่ที่ไหน ทำอะไร
หลักที่ใช้กันทั่วโลกคือ หมอบ – ป้อง – เกาะ (Drop, Cover, Hold On)
- หมอบ ลงต่ำทันที ก่อนที่แรงโยกจะทำให้คุณล้ม
- ป้อง ศีรษะและคอ ถ้ามีโต๊ะแข็งแรงให้มุดลงใต้โต๊ะ ถ้าไม่มี ให้ใช้แขนหรือกระเป๋าป้องศีรษะ แล้วชิดผนังด้านในที่ห่างจากหน้าต่าง
- เกาะ ขาโต๊ะไว้ เพราะโต๊ะจะเลื่อนตามแรงโยก ถ้าปล่อยมือ โต๊ะจะไม่อยู่บนตัวคุณอีกต่อไป
ตำแหน่งที่ควรเลี่ยงในห้องคอนโดหรือออฟฟิศ:
- ข้างหน้าต่างบานใหญ่และผนังกระจก
- หน้าตู้สูง ตู้เอกสาร ชั้นหนังสือ ตู้ไวน์ ตู้เย็น
- ใต้โคมไฟแขวน ฝ้าเพดานที่มีโครงแขวน แอร์ติดผนัง
- ระเบียง
- ห้องครัวขณะมีหม้อต้มบนเตา (ถ้าปิดเตาได้โดยไม่ต้องเดินผ่านจุดอันตราย ให้ปิด ถ้าไม่ได้ ให้ถอยออกมาก่อน)
ความเชื่อเรื่อง “ยืนใต้วงกบประตูปลอดภัยที่สุด” มาจากบ้านไม้แบบเก่าในต่างประเทศ ในอาคารคอนกรีตสมัยใหม่ วงกบประตูไม่ได้แข็งแรงกว่าส่วนอื่น และประตูอาจกระแทกปิดใส่มือหรือตัวได้ จึงไม่แนะนำ
ถ้าอยู่ในลิฟต์: กดทุกชั้น แล้วออกที่ชั้นแรกที่ประตูเปิด ลิฟต์รุ่นใหม่หลายตัวมีระบบหยุดเองเมื่อตรวจจับแรงสั่น ถ้าติดอยู่ ใช้ปุ่มอินเตอร์คอมหรือโทรศัพท์ติดต่อนิติบุคคลหรือ 199 อย่าพยายามงัดประตูหรือปีนออกเอง
ถ้าอยู่บนเตียง: อยู่บนเตียง ใช้หมอนป้องศีรษะ อย่าลงไปเดินในความมืดบนพื้นที่อาจมีเศษแก้ว
สิ่งที่ห้ามทำระหว่างโยก
จากการซ้อมอพยพในอาคารสูงที่ญี่ปุ่นหลายครั้ง สิ่งที่ผู้เขียนเห็นซ้ำ ๆ คือ คนบาดเจ็บระหว่าง “พยายามหนี” มากกว่าระหว่าง “อยู่กับที่” คนที่ลุกวิ่งตอนพื้นยังโยกจะเสียหลัก ชนขอบโต๊ะ หรือล้มบนบันได
- ห้ามวิ่งลงบันไดขณะยังโยก บันไดเป็นจุดที่ล้มง่ายที่สุดในอาคาร และถ้าคนจำนวนมากวิ่งพร้อมกัน คนหนึ่งล้มอาจทำให้คนข้างหลังล้มต่อกันเป็นทอด
- ห้ามใช้ลิฟต์ ทั้งระหว่างและหลังแผ่นดินไหว จนกว่าช่างจะตรวจแล้ว
- ห้ามออกไปที่ระเบียงหรือวิ่งออกนอกอาคารทันที บริเวณรอบตึกสูงคือจุดที่กระจก ป้าย และเศษวัสดุตกลงมา
- อย่ามัวแต่ถ่ายวิดีโอ สองมือควรใช้ป้องศีรษะและเกาะสิ่งที่มั่นคง
เมื่อไรควรลง และเมื่อไรอยู่ต่อได้
นี่คือคำถามที่คนสับสนมากที่สุด คำตอบสั้น ๆ คือ รอให้หยุดโยกก่อน แล้วค่อยตัดสินใจจากสิ่งที่เห็น ไม่ใช่จากความกลัว
หลังหยุดโยก ให้สำรวจรอบตัวภายใน 1–2 นาที:
สัญญาณที่ควรลงจากอาคารทันที (ใช้บันได)
- ได้กลิ่นแก๊ส เห็นควัน หรือมีไฟไหม้
- สัญญาณเตือนไฟไหม้ดัง หรือนิติบุคคล/ผู้ดูแลอาคารประกาศให้อพยพ
- เห็นรอยร้าวที่เสาหรือคาน โดยเฉพาะรอยร้าวแนวทแยง รอยที่คอนกรีตกะเทาะจนเห็นเหล็ก หรือเสาบิดเบี้ยว
- ประตูบิดจนเปิดปิดไม่ได้หลายบาน พื้นเอียงจนรู้สึกได้
- ได้ยินเสียงโครงสร้างลั่นต่อเนื่องหลังหยุดโยก
- น้ำท่วมจากท่อแตกในชั้นของคุณ หรือไฟฟ้าลัดวงจร
สถานการณ์ที่มักไม่ต้องรีบลง
- รอยร้าวเส้นผมที่ผนังก่ออิฐฉาบปูนหรือแนวต่อยิปซัม (ผนังกั้นห้องไม่ใช่โครงสร้างหลัก)
- ของตกเกลื่อน แต่ไม่มีกลิ่นแก๊ส ไม่มีควัน
- ไม่มีประกาศจากอาคาร และไม่มีความเสียหายที่โครงสร้าง
ในกรณีนี้ การอยู่ในห้อง เปิดวิทยุหรือติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาและ ปภ. แล้วรอคำแนะนำจากนิติบุคคล มักปลอดภัยกว่าการเบียดกันลงบันไดหลายสิบชั้นพร้อมคนนับพัน
แต่ถ้าคุณไม่แน่ใจ ว่ารอยร้าวที่เห็นเป็นโครงสร้างหรือไม่ ให้ถือว่าเป็นโครงสร้างไว้ก่อน และลงอย่างใจเย็น การลงโดยไม่จำเป็นเสียแค่เวลา แต่การอยู่ในอาคารที่เสียหายเสี่ยงกว่ามาก
อีกข้อที่ต้องจำ: อาฟเตอร์ช็อกเกิดได้ ถ้าโยกอีกระหว่างอยู่บนบันได ให้หยุด นั่งลงชิดผนัง จับราว ป้องศีรษะ แล้วค่อยเดินต่อเมื่อหยุด
ลงบันไดหนีไฟอย่างไรให้ปลอดภัย
ในการซ้อมอพยพอาคารสูง สิ่งที่ทำให้การลงช้าที่สุดไม่ใช่จำนวนชั้น แต่คือ คนที่ไม่รู้ว่าบันไดหนีไฟอยู่ตรงไหน และคนที่หยุดกลางบันไดเพื่อโทรศัพท์
- รู้ทางลงสองทาง อาคารสูงส่วนใหญ่มีบันไดหนีไฟอย่างน้อยสองชุด ถ้าทางหนึ่งมีควันหรือเศษวัสดุขวาง ต้องรู้ว่าอีกทางอยู่ไหน
- ใส่รองเท้า ก่อนออกจากห้องเสมอ เศษแก้วและเศษปูนบนพื้นคือสาเหตุบาดเจ็บที่เท้าที่พบบ่อยมาก
- เดินชิดด้านเดียว เว้นอีกฝั่งให้เจ้าหน้าที่ที่อาจขึ้นมา และจับราวบันไดตลอด
- ไม่ถือของหนัก เอาแค่กระเป๋าฉุกเฉินใบเล็ก โทรศัพท์ กุญแจ และยาประจำตัว
- ปิดประตูหนีไฟตามหลัง ประตูนี้มีไว้กันควัน อย่าเอาอะไรไปค้ำไว้
- นับชั้นไปด้วย ถ้าไฟดับและแสงฉุกเฉินน้อย การรู้ว่าอยู่ชั้นไหนช่วยให้แจ้งตำแหน่งได้ถูก
- ช่วยคนที่ลงเองไม่ได้ ผู้สูงอายุ ผู้ใช้วีลแชร์ หรือคนตั้งครรภ์ หากลงไม่ไหว ให้พาไปรอที่บริเวณโถงบันไดหนีไฟ (ซึ่งกันควันได้ดีกว่าในห้อง) แล้วแจ้งเจ้าหน้าที่ว่า “มีคนรออยู่ที่ชั้นไหน บันไดฝั่งไหน”
ถ้าคุณอยู่ชั้นสูงมากและร่างกายไม่แข็งแรง การลง 40 ชั้นอาจใช้เวลาเกินครึ่งชั่วโมง ให้พักเป็นช่วง ๆ ที่ชานพักบันไดโดยไม่ขวางทาง การหมดแรงกลางบันไดเป็นอันตรายกว่าการลงช้า
เมื่อลงมาถึงข้างล่างแล้ว
- ออกห่างจากตัวอาคาร อย่ายืนรวมกันใต้กันสาดหรือติดผนังกระจก ให้ไปจุดรวมพลที่อาคารกำหนด หรือพื้นที่โล่งที่ห่างจากตึกพอสมควร
- รายงานตัวกับผู้ดูแล ในออฟฟิศ ให้หัวหน้าทีมนับคน คนที่หายไปคือข้อมูลสำคัญที่สุดสำหรับหน่วยกู้ภัย
- อย่ากลับขึ้นไปเอาของ จนกว่านิติบุคคลหรือวิศวกรจะยืนยันว่าเข้าได้ ช่วงนี้อาฟเตอร์ช็อกยังเกิดได้
- ใช้ข้อความแทนการโทร เครือข่ายมือถือมักหนาแน่น ส่งข้อความสั้น ๆ ถึงครอบครัวว่าปลอดภัยและอยู่ที่ไหน
- ติดตามข้อมูลทางการ ขนาดและตำแหน่งแผ่นดินไหวจากกรมอุตุนิยมวิทยา และคำแนะนำจาก ปภ. ไม่ส่งต่อข่าวลือเรื่อง “จะมีแผ่นดินไหวใหญ่กว่าเดิมเวลา…” เพราะไม่มีใครพยากรณ์เวลาแผ่นดินไหวได้
เบอร์ที่ควรจำ: 1784 สายด่วน ปภ. / 199 ดับเพลิงและกู้ภัย / 1669 การแพทย์ฉุกเฉิน
เตรียมห้องและโต๊ะทำงานไว้ตั้งแต่วันนี้
สิ่งที่กำหนดว่าคุณจะบาดเจ็บหรือไม่ระหว่างโยก ส่วนใหญ่ถูกตัดสินไปแล้วก่อนแผ่นดินไหวจะเกิด
ในห้องคอนโด
- ยึดตู้สูง ชั้นหนังสือ และตู้เสื้อผ้ากับผนัง (คอนโดหลายแห่งต้องขออนุญาตนิติบุคคลก่อนเจาะผนัง ใช้แบบค้ำเพดานหรือแผ่นกันลื่นแทนได้)
- ย้ายของหนักไปไว้ชั้นล่างของตู้
- ไม่วางเตียงหรือโซฟาไว้ใต้หน้าต่างบานใหญ่หรือใต้ชั้นวางของ
- ติดฟิล์มกันกระจกแตกกระจายถ้าเป็นไปได้
- วางรองเท้าแตะพื้นแข็งและไฟฉายไว้ข้างเตียง
ที่โต๊ะทำงาน
- เก็บกระเป๋าเล็กไว้ใต้โต๊ะ: รองเท้าผ้าใบ (ถ้าทำงานใส่รองเท้าส้นสูงหรือรองเท้าหนัง) ไฟฉาย น้ำ 1 ขวด หน้ากากกันฝุ่น นกหวีด และยาประจำตัว 2–3 วัน
- จอคอมพิวเตอร์และเครื่องพิมพ์ใช้แผ่นยึดกันลื่น
- ถามฝ่ายอาคารว่าจุดรวมพลอยู่ที่ไหน และบันไดหนีไฟชุดที่สองอยู่ตรงไหน
ถ้าอาคารของคุณยังไม่เคยซ้อมอพยพกรณีแผ่นดินไหว (ต่างจากซ้อมไฟไหม้ตรงที่ต้อง “หมอบก่อน แล้วค่อยลง”) การเสนอให้นิติบุคคลจัดซ้อมปีละครั้งเป็นสิ่งที่คุ้มค่ามาก
อ่านเพิ่มเติมเรื่องการรับมือเมื่อไฟดับในอาคารสูงได้ที่ ไฟดับในคอนโดและอาคารสูง: ลิฟต์ น้ำ บันไดหนีไฟ เพราะแผ่นดินไหวใหญ่มักตามมาด้วยไฟฟ้าดับและปั๊มน้ำหยุด
สรุปจุดตัดสินใจ
| สถานการณ์ | ทำอะไร |
|---|---|
| ตึกเริ่มโยก | หมอบ ป้องศีรษะ เกาะโต๊ะ ห่างกระจกและตู้ อยู่กับที่ |
| อยู่ในลิฟต์ | กดทุกชั้น ออกที่ชั้นแรกที่เปิด |
| หยุดโยก ไม่มีความเสียหายที่โครงสร้าง ไม่มีกลิ่นแก๊ส/ควัน | อยู่ในห้อง ติดตามประกาศทางการและนิติบุคคล |
| รอยร้าวที่เสา/คาน กลิ่นแก๊ส ควัน สัญญาณเตือนไฟ หรือมีประกาศอพยพ | ใส่รองเท้า ลงบันไดหนีไฟอย่างใจเย็น |
| ไม่แน่ใจว่ารอยร้าวเป็นโครงสร้างหรือไม่ | ถือว่าเป็นโครงสร้าง ลงไว้ก่อน |
| อาฟเตอร์ช็อกระหว่างลงบันได | หยุด นั่งชิดผนัง จับราว ป้องศีรษะ |
| ถึงข้างล่างแล้ว | ออกห่างตัวอาคาร ไปจุดรวมพล รายงานตัว ไม่กลับขึ้นไปเอาของ |
สิ่งที่ทำได้วันนี้ (15 นาที)
- เดินไปดูบันไดหนีไฟ ทั้งสองชุด ในชั้นที่คุณอยู่หรือทำงาน เปิดประตูดูว่าไม่มีของวางขวาง
- มองรอบห้องนอนแล้วถามตัวเองว่า “ถ้าโยกตอนนี้ อะไรจะล้มใส่เตียง” แล้วย้ายมันออก
- วางรองเท้าและไฟฉายไว้ใต้เตียงหรือข้างเตียง
- บันทึกเบอร์ 1784, 199, 1669 และเบอร์นิติบุคคลอาคารไว้ในโทรศัพท์
- ตกลงกับครอบครัวว่าถ้าโทรไม่ติด จะส่งข้อความหาใครและนัดพบที่ไหน
สรุป
แผ่นดินไหวที่ทำให้ตึกในกรุงเทพฯ โยกแรงอาจเกิดจากรอยเลื่อนที่อยู่ไกลออกไปมาก และอาจเกิดอีกโดยไม่มีสัญญาณล่วงหน้า สิ่งที่ช่วยคุณได้ไม่ใช่การวิ่งเร็วที่สุด แต่คือการ อยู่กับที่ให้ถูกจุดระหว่างโยก และ ตัดสินใจลงจากสิ่งที่เห็นหลังหยุดโยก
ตึกโยกได้เพราะถูกออกแบบให้โยก ความกลัวเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าเราเตรียมห้อง รู้ทางลง และรู้ว่าสัญญาณไหนที่ต้องออกจากอาคาร เราจะตัดสินใจได้เร็วและใจเย็นกว่าคนรอบข้าง และนั่นช่วยให้คนรอบข้างใจเย็นตามได้ด้วย
แหล่งข้อมูล
- กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) – คำแนะนำการรับมือแผ่นดินไหว และสายด่วน 1784: disaster.go.th
- กรมอุตุนิยมวิทยา – ศูนย์เฝ้าระวังแผ่นดินไหว รายงานแผ่นดินไหวล่าสุด: earthquake.tmd.go.th
- กรมทรัพยากรธรณี – ข้อมูลรอยเลื่อนมีพลังในประเทศไทย: dmr.go.th
- กรมโยธาธิการและผังเมือง – กฎกระทรวงว่าด้วยการรับน้ำหนัก ความต้านทาน ความคงทนของอาคาร และพื้นดินที่รองรับอาคารในการต้านทานแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว: dpt.go.th
- สภากาชาดไทย – การปฐมพยาบาลเบื้องต้น: redcross.or.th
Ready America 3-Day Survival Box (1-Person)
ชุดยังชีพ 72 ชั่วโมงแบบสำเร็จรูปมีประโยชน์สำหรับครอบครัวที่ยังไม่ได้จัดกระเป๋าฉุกเฉินของตนเอง ใช้เป็นจุดเริ่มต้น แล้วเพิ่มเอกสารสำคัญ ยาประจำตัว เงินสด สายชาร์จ และน้ำดื่มตามจำนวนสมาชิกในบ้าน
ก่อนซื้อ ควรเทียบการจัดส่ง ความพร้อมในพื้นที่ จำนวนคนในบ้าน และคำแนะนำจากหน่วยงานทางการ
ในฐานะ Amazon Associate เว็บไซต์นี้อาจได้รับรายได้จากการซื้อที่เข้าเงื่อนไข

ความคิดเห็น