ไฟดับในคอนโดและอาคารสูง: ลิฟต์ น้ำ บันไดหนีไฟ ต้องรู้อะไรก่อน

การเตรียมพร้อมรับภัยพิบัติ

ไฟดับในบ้านเดี่ยวกับไฟดับในคอนโดชั้น 20 ไม่ใช่เหตุการณ์เดียวกัน บ้านเดี่ยวไฟดับก็แค่มืดและร้อน แต่ในอาคารสูง ไฟฟ้าคือสิ่งที่ขับเคลื่อนลิฟต์ ปั๊มน้ำที่ส่งน้ำขึ้นไปถึงห้องคุณ ระบบประตูคีย์การ์ด และพัดลมระบายควันในบันไดหนีไฟ เมื่อไฟหาย สิ่งเหล่านี้หยุดพร้อมกันหมด

บทความนี้ไม่ได้ทำซ้ำเรื่องพื้นฐานอย่างไฟฉายหรือตู้เย็น (ถ้ายังไม่ได้อ่าน แนะนำ คู่มือเตรียมรับมือไฟดับสำหรับครัวเรือน ก่อน) แต่จะเจาะเฉพาะสิ่งที่คนอยู่คอนโด อพาร์ตเมนต์ และอาคารสูงในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และเมืองใหญ่ต้องรู้ ผมเขียนจากมุมของอดีตเจ้าหน้าที่ดับเพลิงที่เคยเข้าไปช่วยคนติดลิฟต์และเดินขึ้นบันไดอาคารสูงในสถานการณ์ไฟดับมาแล้ว

1. ทำไมไฟดับในอาคารสูงจึงต่างออกไป

ในบ้านเดี่ยว น้ำประปามาตามแรงดันท่อของการประปา ไฟดับน้ำก็ยังไหล แต่ในอาคารสูงส่วนใหญ่ น้ำจะถูกสูบจากถังใต้ดินขึ้นไปเก็บในถังบนดาดฟ้าด้วยปั๊มไฟฟ้า แล้วค่อยไหลลงมาตามแรงโน้มถ่วง เมื่อไฟดับ ปั๊มหยุด น้ำที่เหลืออยู่คือเท่าที่ค้างในถังบนหลังคาเท่านั้น หากไฟดับนาน น้ำจะหมดก่อนที่หลายคนคาดคิด โดยเฉพาะเมื่อทุกห้องเปิดก๊อกรองน้ำพร้อมกัน

อาคารส่วนใหญ่มีเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง แต่สิ่งที่หลายคนเข้าใจผิดคือ เครื่องสำรองไม่ได้จ่ายไฟให้ทั้งอาคาร โดยทั่วไปจะจ่ายให้ระบบที่จำเป็นต่อความปลอดภัย เช่น ไฟฉุกเฉิน ระบบสัญญาณเตือนไฟไหม้ ปั๊มน้ำดับเพลิง และบางอาคารอาจรวมลิฟต์ดับเพลิงหรือลิฟต์บางตัว ส่วนไฟในห้องพัก แอร์ และปลั๊กในห้องของคุณ มักไม่อยู่ในวงจรสำรอง อาคารแต่ละแห่งออกแบบไม่เหมือนกัน วิธีเดียวที่จะรู้แน่คือถามนิติบุคคลของอาคารคุณเอง

2. ถ้าติดอยู่ในลิฟต์ตอนไฟดับ

นี่คือสถานการณ์ที่ทำให้คนตื่นตระหนกมากที่สุด และเป็นงานที่หน่วยกู้ภัยได้รับแจ้งบ่อยในช่วงไฟดับ สิ่งที่ผมอยากให้จำมีไม่กี่ข้อ

  • ลิฟต์ไม่ร่วงลงไปเพราะไฟดับ ลิฟต์มีระบบเบรกที่ทำงานเมื่อไม่มีไฟ ห้องโดยสารจะหยุดค้างอยู่ ไม่ได้ตกลงไป ความกลัวนี้เป็นสิ่งแรกที่ต้องวางลง
  • อากาศไม่หมด ห้องโดยสารลิฟต์ไม่ได้ปิดสนิทจนอากาศหมด แม้พัดลมจะหยุด การหายใจช้าๆ และนั่งลงช่วยให้ร่างกายร้อนน้อยลง
  • กดปุ่มกริ่งหรืออินเตอร์คอมฉุกเฉิน แล้วแจ้งชื่ออาคาร หมายเลขลิฟต์ (ถ้ามีป้าย) และจำนวนคนข้างใน หากไม่มีคนตอบ ใช้โทรศัพท์ติดต่อนิติบุคคลหรือ รปภ. ถ้าติดต่อไม่ได้หรือมีคนป่วย โทร 199 (ดับเพลิงและกู้ภัย) หรือ 1669 (เจ็บป่วยฉุกเฉิน)
  • ห้ามงัดประตูหรือพยายามปีนออกเอง ห้องโดยสารอาจค้างอยู่ระหว่างชั้น ช่องว่างระหว่างห้องโดยสารกับผนังปล่องลิฟต์คือจุดที่เกิดการบาดเจ็บร้ายแรง และลิฟต์อาจขยับเมื่อไฟกลับมา การนำคนออกควรทำโดยช่างลิฟต์หรือเจ้าหน้าที่ที่ตัดระบบไฟก่อนแล้วเท่านั้น

จากประสบการณ์ คนที่ติดลิฟต์ส่วนใหญ่ปลอดภัยดี ปัญหาที่เราเจอจริงคือความร้อน การขาดน้ำ และอาการแพนิค โดยเฉพาะในเด็ก ผู้สูงอายุ และคนที่มีโรคประจำตัว นี่คือเหตุผลที่ผมแนะนำให้พกน้ำขวดเล็กและโทรศัพท์ที่ชาร์จไว้เสมอเวลาเข้าลิฟต์ในวันที่มีพายุหรือมีประกาศดับไฟ

ข้อปฏิบัติที่ช่วยได้มาก: ในวันที่การไฟฟ้าประกาศดับไฟตามแผน หรือมีพายุฝนฟ้าคะนองหนัก ให้เลี่ยงลิฟต์ถ้าทำได้ ถ้าอยู่ชั้นที่เดินได้ เดินบันไดไปเลย

3. บันไดหนีไฟ: เส้นทางเดียวที่เหลือ

เมื่อลิฟต์หยุด บันไดหนีไฟคือทางขึ้นลงทางเดียว และมันจะมืดกว่าที่คุณคิด ไฟฉุกเฉินในบันไดใช้แบตเตอรี่ ซึ่งออกแบบให้ใช้งานได้เพียงช่วงเวลาจำกัด ถ้าไฟดับนานหลายชั่วโมง บันไดอาจมืดสนิท

  • เก็บไฟฉายแบบคาดหัวไว้ใกล้ประตูห้อง มือทั้งสองข้างจะว่างสำหรับจับราวบันไดและถือของ
  • ห้ามเอาของไปค้ำประตูหนีไฟให้เปิดค้างไว้ แม้จะร้อนหรืออยากให้ลมผ่าน ประตูนี้มีไว้กันควันไม่ให้เข้าบันได หากเกิดไฟไหม้ในช่วงไฟดับ ประตูที่ถูกค้ำไว้จะทำให้บันไดเต็มไปด้วยควันซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตหลักในเหตุเพลิงไหม้อาคาร
  • สำรวจบันไดหนีไฟของชั้นคุณตอนกลางวันวันนี้ ว่าประตูอยู่ตรงไหน ลงไปออกที่ชั้นใด และมีของกีดขวางหรือไม่ ถ้ามีกองของวางขวาง แจ้งนิติบุคคล
  • คิดล่วงหน้าว่าในบ้านใครเดินลงบันได 15–30 ชั้นไม่ไหว เช่น ผู้สูงอายุ คนที่ใช้วีลแชร์ หรือคนตั้งครรภ์ แล้ววางแผนสำหรับคนนั้นโดยเฉพาะ (ดูข้อ 6)

ตอนผมฝึกเดินขึ้นอาคารสูงพร้อมอุปกรณ์ เราเรียนรู้ว่าการเดินขึ้นหลายสิบชั้นทำให้คนที่แข็งแรงยังหอบได้ สำหรับคนทั่วไปที่ต้องขนน้ำขึ้นห้อง ให้เดินช้า พักทุกไม่กี่ชั้น และอย่าแบกเกินกำลัง น้ำ 1 ลิตรหนัก 1 กิโลกรัม ถังน้ำ 20 ลิตรขึ้นชั้น 20 ไม่ใช่เรื่องเล็ก

4. น้ำ: ทรัพยากรที่หมดเร็วที่สุดในอาคารสูง

เมื่อรู้ว่าน้ำในอาคารมาจากถังบนหลังคา สิ่งที่ควรทำทันทีที่ไฟดับคือ

  1. รองน้ำเท่าที่จำเป็นทันที ใส่ภาชนะที่มีฝาสำหรับดื่มและล้างมือ แต่ไม่ต้องกักตุนเกินจำเป็น เพราะถ้าทุกห้องเปิดก๊อกเต็มที่พร้อมกัน ถังบนหลังคาจะหมดเร็วขึ้นสำหรับทุกคน รวมถึงคนชั้นล่างที่อาจต้องการน้ำมากกว่า
  2. เติมน้ำในอ่างหรือถังสำหรับกดชักโครก ชักโครกในอาคารใช้น้ำจากระบบเดียวกัน เมื่อน้ำหมด การราดน้ำด้วยถังคือวิธีที่ยังใช้ส้วมได้
  3. ประหยัดตั้งแต่นาทีแรก งดอาบน้ำฝักบัวยาว งดซักผ้า ใช้แก้วแปรงฟัน

ในยามปกติ แนะนำให้เก็บน้ำดื่มสำรองในห้องอย่างน้อย 3 ลิตรต่อคนต่อวัน สำหรับ 3 วัน และน้ำใช้สำหรับชักโครกแยกต่างหาก การเก็บไว้ในห้องสำคัญกว่าการคิดว่าจะเดินลงไปซื้อ เพราะในวันจริงคุณต้องแบกขึ้นบันได

ข้อควรระวัง: ถ้าอาคารประกาศว่าน้ำอาจไม่สะอาดหลังระบบกลับมา (เช่น หลังน้ำท่วมถังใต้ดิน) ให้ต้มก่อนดื่มหรือใช้น้ำขวดจนกว่าจะได้รับแจ้งว่าปลอดภัย

5. ประตูคีย์การ์ด กลอนดิจิทัล และระบบที่ “ล็อกคุณไว้ข้างนอก”

คอนโดยุคใหม่ใช้คีย์การ์ดที่ประตูทางเข้า ลิฟต์ และบางแห่งใช้กลอนดิจิทัลที่ประตูห้อง ระบบเหล่านี้แต่ละแบบตอบสนองต่อไฟดับต่างกัน

  • กลอนดิจิทัลที่ประตูห้อง ส่วนใหญ่ใช้ถ่าน ไม่ได้ใช้ไฟบ้าน ไฟดับจึงไม่ทำให้ล็อกเสีย แต่ถ้าถ่านใกล้หมดพอดี คุณอาจเข้าห้องไม่ได้ ตรวจดูว่ารุ่นของคุณมีกุญแจกลไกสำรองหรือขั้วสำหรับต่อแบตเตอรี่ฉุกเฉินด้านนอกหรือไม่ แล้วเก็บกุญแจสำรองไว้ในที่ที่เข้าถึงได้ (เช่น ฝากญาติ) ไม่ใช่ในห้อง
  • ประตูทางเข้าอาคารและลิฟต์ที่ใช้คีย์การ์ด บางระบบจะปลดล็อกเมื่อไฟดับเพื่อความปลอดภัยในการอพยพ บางระบบต้องให้ รปภ. เปิดให้ ถามนิติบุคคลว่าอาคารคุณเป็นแบบไหน
  • ที่จอดรถใต้ดินและไม้กั้นอัตโนมัติ อาจเปิดไม่ได้ และที่จอดรถใต้ดินจะมืดสนิท ถ้าไฟดับเพราะพายุหรือฝนตกหนัก ที่จอดรถใต้ดินยังเป็นจุดเสี่ยงน้ำท่วมด้วย อย่าลงไปเอารถในความมืดขณะน้ำกำลังขึ้น

6. คนที่ต้องคิดถึงก่อน: ผู้สูงอายุ ผู้ใช้วีลแชร์ และผู้ใช้เครื่องมือแพทย์

ในอาคารสูง คนที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือคนที่เดินบันไดไม่ได้ และคนที่ชีวิตขึ้นกับเครื่องที่ใช้ไฟฟ้า เช่น เครื่องผลิตออกซิเจน เครื่องช่วยหายใจขณะนอนหลับ หรือที่นอนลมป้องกันแผลกดทับ

  • ถ้าอยู่ชั้นสูงและต้องใช้เครื่องมือแพทย์ ปรึกษาแพทย์หรือผู้ให้บริการเครื่องว่าแบตเตอรี่สำรองใช้ได้นานเท่าไร และถ้าไฟดับนานกว่านั้นจะทำอย่างไร ตั้งเกณฑ์ไว้ล่วงหน้า เช่น “ถ้าแบตเหลือครึ่งและไฟยังไม่มา ให้เริ่มย้ายไปบ้านญาติหรือโรงพยาบาล” อย่ารอจนแบตหมด เพราะการพาคนป่วยลงบันได 20 ชั้นในความมืดยากกว่าที่คิดมาก
  • แจ้งนิติบุคคลไว้ล่วงหน้า ว่าห้องของคุณมีผู้ที่เคลื่อนไหวลำบากหรือใช้เครื่องมือแพทย์ อาคารที่ดีจะมีรายชื่อนี้เพื่อให้ รปภ. หรือเจ้าหน้าที่ดับเพลิงรู้ว่าควรไปห้องไหนก่อน
  • รู้จักเพื่อนบ้านชั้นเดียวกัน ในเหตุจริง คนที่ช่วยได้เร็วที่สุดคือคนที่อยู่ห่างไปสองห้อง ไม่ใช่หน่วยกู้ภัยที่ต้องเดินขึ้นมา 20 ชั้น

7. ความปลอดภัยในห้อง: ไฟไหม้และแก๊สพิษในช่วงไฟดับ

ในฐานะอดีตเจ้าหน้าที่ดับเพลิง นี่คือส่วนที่ผมกังวลที่สุด ช่วงไฟดับคือช่วงที่คนทำสิ่งที่ปกติไม่ทำ

  • เทียน ในห้องคอนโดที่แคบ มีผ้าม่านและเฟอร์นิเจอร์ใกล้กัน เทียนคือต้นเพลิงที่พบบ่อย และถ้าไฟไหม้ในช่วงไฟดับ การอพยพจะยากกว่าปกติหลายเท่า ใช้ไฟฉาย LED หรือโคมไฟแบตเตอรี่แทน
  • เตาถ่าน เตาแก๊สปิกนิก และเครื่องปั่นไฟ ห้ามใช้ในห้องหรือที่ระเบียง ระเบียงคอนโดไม่ได้มีอากาศถ่ายเทพอ ควันและแก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์ซึ่งไม่มีสีไม่มีกลิ่นจะไหลกลับเข้าห้อง และอาจลอยไปห้องข้างบน อาการแรกคือปวดหัว คลื่นไส้ ง่วง ซึ่งคนมักคิดว่าเป็นเพราะร้อน
  • เมื่อไฟกลับมา ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าใหญ่ไว้ก่อนแล้วค่อยเสียบทีละเครื่อง เพื่อป้องกันไฟกระชาก และเดินตรวจว่าไม่มีอะไรวางทับเตารีดหรือเครื่องที่เปิดค้างไว้ก่อนไฟดับ

จุดตัดสินใจ: อยู่ในห้องต่อ หรือย้ายออก?

ไฟดับสั้นๆ ไม่กี่ชั่วโมง คนส่วนใหญ่อยู่ในห้องได้ แต่ถ้ามีสัญญาณต่อไปนี้ ควรพิจารณาย้ายไปบ้านญาติหรือที่ที่มีไฟ ในตอนที่ยังมีแสงกลางวัน

  • นิติบุคคลแจ้งว่าน้ำในถังบนหลังคาใกล้หมด และไม่มีกำหนดไฟกลับ
  • ห้องร้อนจนคนในบ้านเริ่มมีอาการเพลียแดด เช่น ปวดหัว คลื่นไส้ เหงื่อออกมากผิดปกติ หรือเหงื่อหยุดออก
  • มีคนที่ใช้เครื่องมือแพทย์และแบตสำรองลดลงถึงเกณฑ์ที่ตั้งไว้
  • มีคนในบ้านที่เดินบันไดไม่ได้ และคาดว่าไฟจะดับข้ามคืน

เหตุผลที่ต้องตัดสินใจตอนกลางวันคือ การลงบันไดหลายสิบชั้นในความมืดพร้อมเด็กหรือผู้สูงอายุมีความเสี่ยงหกล้มสูงมาก การตัดสินใจเร็วไม่ใช่การตื่นตระหนก แต่คือการเลือกช่วงเวลาที่ปลอดภัยที่สุด

สิ่งที่ทำได้วันนี้ (ประมาณ 30 นาที)

  1. ถามนิติบุคคลสามข้อ: เครื่องปั่นไฟสำรองจ่ายไฟให้อะไรบ้าง ลิฟต์ตัวไหนใช้ได้เมื่อไฟดับ และถังน้ำบนหลังคาใช้ได้ประมาณนานเท่าไร
  2. เดินสำรวจบันไดหนีไฟจากชั้นคุณลงไปถึงทางออก
  3. วางไฟฉายคาดหัวไว้ใกล้ประตูห้อง และเช็กถ่าน
  4. เก็บน้ำดื่ม 3 ลิตรต่อคนต่อวันสำหรับ 3 วัน และน้ำใช้สำหรับชักโครกในห้อง
  5. เช็กว่ากลอนดิจิทัลมีกุญแจสำรองหรือไม่ และกุญแจนั้นอยู่ที่ไหน
  6. บันทึกเบอร์นิติบุคคล รปภ. 199 และ 1669 ไว้ในโทรศัพท์ และเขียนลงกระดาษติดหลังประตู

สรุป

ไฟดับในอาคารสูงไม่ได้น่ากลัวเพราะความมืด แต่เพราะระบบหลายอย่างที่เราไม่เคยสังเกตหยุดพร้อมกัน ทั้งลิฟต์ น้ำ ประตู และการระบายอากาศ ข่าวดีคือเกือบทั้งหมดเตรียมได้ล่วงหน้าด้วยการถามคำถามที่ถูกต้องกับนิติบุคคล สำรวจทางหนีไฟสักครั้ง และวางแผนให้คนที่เดินบันไดไม่ได้ ถ้าติดลิฟต์ ให้จำไว้ว่าลิฟต์ไม่ร่วง อากาศไม่หมด ขอความช่วยเหลือแล้วรออย่างสงบ อย่างัดประตูออกเอง

อ่านต่อ: โรคลมแดดตอนไฟดับหลังภัยพิบัติ และ คอนโดน้ำท่วม ทำไมห้ามกดชักโครก

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (disaster.go.th) — สายด่วน 1784
  • การไฟฟ้านครหลวง (mea.or.th) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (pea.co.th) — ประกาศดับไฟตามแผนและแจ้งไฟฟ้าขัดข้อง
  • สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (niems.go.th) — สายด่วน 1669
  • กรมอุตุนิยมวิทยา (tmd.go.th) — พยากรณ์พายุและฝนฟ้าคะนอง

หมายเหตุ: ระบบไฟฟ้าสำรอง ลิฟต์ และระบบน้ำของแต่ละอาคารแตกต่างกัน ข้อมูลในบทความนี้เป็นแนวทางทั่วไป โปรดตรวจสอบรายละเอียดกับนิติบุคคลอาคารของคุณ

Ready America 3-Day Survival Box (1-Person)

ชุดยังชีพ 72 ชั่วโมงแบบสำเร็จรูปมีประโยชน์สำหรับครอบครัวที่ยังไม่ได้จัดกระเป๋าฉุกเฉินของตนเอง ใช้เป็นจุดเริ่มต้น แล้วเพิ่มเอกสารสำคัญ ยาประจำตัว เงินสด สายชาร์จ และน้ำดื่มตามจำนวนสมาชิกในบ้าน

ก่อนซื้อ ควรเทียบการจัดส่ง ความพร้อมในพื้นที่ จำนวนคนในบ้าน และคำแนะนำจากหน่วยงานทางการ

ในฐานะ Amazon Associate เว็บไซต์นี้อาจได้รับรายได้จากการซื้อที่เข้าเงื่อนไข

ความคิดเห็น

คัดลอกชื่อเรื่องและ URL แล้ว